“บัดซบเอ๊ย!”
“พวกหมาเถื่อนนี่คลุ้มคลั่งไปแล้วหรือ!”
“ถึงกับกล้าปล่อยสัตว์ประหลาดนี่ออกมา!”
หลิวขาเป๋ตะโกนจนเสียงแหบพร่า
เผยจิ้นไม่ได้ตอบ
เพราะไม่มีอะไรให้ตอบ
อสูรขั้นสามระดับสูงสุด หมีเขย่าปฐพี
ไหล่สูงเกินสามจั้ง ขนสีน้ำตาลดำปกคลุมด้วยเกราะแข็งสีเทาขาวชั้นหนึ่ง
ทุกย่างก้าวที่เหยียบลงมา ผืนดินเยือกแข็งก็แตกร้าวออกไปโดยรอบใต้ฝ่าเท้า
โซ่เหล็กหลายสิบเส้นทอดจากคอของมันไปด้านหลัง
มีม้าศึกตัวสูงใหญ่กว่ายี่สิบตัวลากจูงเพื่อควบคุมทิศทาง
ทันทีที่พลธนูบนกำแพงเมืองเห็นหมีเขย่าปฐพี พวกเขาก็ขวัญหนีดีฝ่อแล้ว
ยังไม่ทันได้รับคำสั่งก็เริ่มยิงธนู
ทว่าลูกธนูตกกระทบร่างหมีเขย่าปฐพี ผลลัพธ์ไม่ต่างจากเอาไม้จิ้มฟันไปจิ้มก้อนหิน
เสียงดังแกร๊งกร๊างอยู่พักหนึ่ง แต่ไม่อาจปักเข้าไปได้แม้แต่เส้นขน
“หน้าไม้ใหญ่ล่ะ!” ถูจิ่วซานตะโกนถามคนด้านหลัง
“หมดแล้ว! ถูกทำลายไปตอนศึกตีเมืองจนเกลี้ยง!”
เผยจิ้นกระโดดลงมาจากช่องหน้าต่างหอคอย ทันทีที่เท้าแตะพื้น บาดแผลเก่าข้างชายโครงก็ปวดแปลบ
เขาไม่สนใจ หันไปพูดกับหนิงเจียนเสวี่ย
“พาทุกคนถอยไป ตั้งรับหลังแนวเครื่องกีดขวางที่สอง”
หนิงเจียนเสวี่ยได้ยินดังนั้นก็ชักทวนยาวขึ้นมาทันที ก่อนหันไปตะโกนทางกำแพงเมือง
“ทุกคนถอย! ไปตั้งรับหลังแนวเครื่องกีดขวางที่สองในตรอกช่างเหล็ก เร็วเข้า!”
ทหารรักษาเมืองถอยกรูราวกับคลื่น
ไม่มีใครต้องเร่งเป็นครั้งที่สอง
เพราะหมีตัวนั้นเดินมาถึงนอกช่องกำแพงเมืองฝั่งตะวันออกแล้ว!
มันก้มลงดมรอยแยกที่กว้างพอให้ม้าสองตัวเดินผ่าน
จากนั้นก็ฟาดอุ้งเท้าลงไป
กำแพงเมืองพังทลายไปครึ่งช่วง
เศษหินปลิวไปไกลหลายสิบก้าว กระแทกพื้นถนนแล้วกระเด้งกลิ้งไปมา
“บัดซบ!” หลิวขาเป๋เซถอยหลังไปสองก้าว “ตบทีเดียวก็พังกระจุยแล้ว!”
สมองของเผยจิ้นหมุนเร็วจี๋
เจ้าตัวนี้มีพละกำลังมหาศาล ทั้งหนังหนาเนื้อหยาบ
