สองวัน
จะว่านานก็ไม่นาน จะว่าสั้นก็ไม่สั้น
ตลอดยี่สิบสี่ชั่วยามที่ผ่านมา เผยจิ้นทำทุกสิ่งที่ทำได้จนหมดสิ้น
เรือนราษฎรสองฝั่งถนนใหญ่ทางเหนือถูกรื้อไปกว่าครึ่ง
พื้นถนนหินเขียวถูกงัดขึ้น คูระบายน้ำถูกเติมด้วยน้ำมันเพลิง
ปากตรอกช่างเหล็กก่อเครื่องกีดขวางสูงครึ่งตัวคน
ก้อนหินกับเสาไม้ต้านม้าถูกวางสลับกันเป็นแนว
แม้แต่บนกำแพงเมืองยังวางหุ่นฟางไว้หลายร้อยตัว เพื่อหลอกล่อศัตรู
เมื่อถังน้ำมันเพลิงใบสุดท้ายถูกขนเข้าไปในทางลับ
เสียงเขาสัตว์เสียงแรกของชนเผ่าป่าเถื่อนก็ดังก้องขึ้น!
เสียงนั้นแหลมบาดหู
ทะลุม่านหิมะจากนอกเมืองเข้ามา!
เผยจิ้นยืนอยู่ในหอธนูบนประตูเมืองทิศเหนือ มองออกไปผ่านช่องกำแพง
เส้นขอบฟ้ามืดทะมึน
ไม่ใช่เพราะฟ้ามืดลง
แต่เป็นผู้คน!
กองทัพชุดเกราะเหล็กแน่นขนัดทะลักออกมาจากหมอกหิมะ
หลิวขาเป๋ปีนขึ้นมา สีหน้าเคร่งขรึม “มาแล้ว ตรงเวลาเสียจริง!”
เผยจิ้นไม่ตอบ
สายตาจับจ้องรถศึกคันหน้าสุด ซึ่งมีม้าดำสี่ตัวลากมา
บนรถปักธงหมาป่าผืนใหญ่
ใต้ธงมีร่างกำยำสวมเสื้อคลุมหนังหมาป่าขาวนั่งอยู่
ทั่วป๋าเฮ่อหลาน!
“หึ ๆ เจ้านั่นไม่คิดจะหยั่งเชิงด้วยซ้ำ”
“เห็นชัดว่าพอแม่ทัพแนวหน้าตาย ก็โกรธจนคลุ้มคลั่งแล้ว!”
เผยจิ้นละสายตา น้ำเสียงแหบพร่า
ยังพูดไม่ทันจบ กองทัพชนเผ่าป่าเถื่อนฝั่งตรงข้ามก็เคลื่อนพล
ทหารราบเกราะหนักสองพันนายแบกบันไดพาดกำแพงแบบง่าย ๆ พุ่งเข้าโจมตีโดยมีรถโล่กำบัง
เบื้องหลังมีพลธนูตามมาเป็นทิวแถวสุดลูกหูลูกตา
ฟึ่บ ๆ ๆ ๆ!
เสียงสายธนูดังประสานเป็นระลอก ห่าธนูบดบังฟ้าดินพุ่งเข้าถล่มอิฐบนกำแพงเมืองอย่างบ้าคลั่ง
ลูกธนูหลายดอกพุ่งผ่านช่องกำแพงเข้ามา ปักลงบนเสาไม้ด้านหลังเผยจิ้น
“ซื่อจื่อน้อย ระวัง!”
“ทุกคนหมอบไว้! หมอบให้หมด อย่าขยับส่งเดช!”
ถูจิ่วซานตะโกนจนเสียงแหบ ถือโล่วิ่งไปมาบนกำแพง
ทหารรักษาเมืองหมอบเรียงแถวชิดกำแพง ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้า
หุ่นฟางที่ตั้งเรียงอยู่บนกำแพงก่อนหน้านี้ถูกยิงพรุนไปหมด
บางตัวถูกยิงจนพัง ล้มเอียงอยู่บนพื้น
แต่พลธนูของชนเผ่าป่าเถื่อนยังคงระดมยิง
ห่าธนูถาโถมมาเป็นระลอกไม่รู้จบ
ทหารใหม่คนหนึ่งหันกลับมา ใบหน้าซีดเผือด “พี่เก้า พวกมันจะหยุดยิงเมื่อไรหรือ?”
ถูจิ่วซานเตะก้นเขาไปทีหนึ่ง
