บนกำแพงเมืองโยวโจว เงียบงันจนวังเวง
ไม่มีผู้ใดเอ่ยวาจา
ทุกคนต่างจับจ้องไปยังค่ายทหารเถื่อนนอกเมือง
ที่นั่นเปลวเพลิงลุกโชนสูงเสียดฟ้า ทว่าพวกเขากลับตื่นตระหนกจนแทบลืมหายใจ
“ร้ายกาจนัก! เผาไหม้ขึ้นมาจริง ๆ ด้วย!”
“แต่เจ้าหมอนั่นจะกลับมาอย่างปลอดภัยได้จริงหรือ?”
ฉู่หวยชิวใช้มือยันขอบกำแพง นิ้วมือแข็งจนเขียวคล้ำเพราะความหนาวเหน็บ แต่เขากลับไม่รู้สึกตัว
ยามจื่อผ่านไปครึ่งชั่วยามแล้ว
คนหนึ่งร้อยห้าสิบคนที่ออกจากเมืองไป จนถึงบัดนี้ยังไม่มีแม้แต่เงาของผู้รอดชีวิตปรากฏให้เห็น!
ถูจิ่วซานนั่งยองอยู่ข้างแท่นสัญญาณไฟ ดาบเหล็กพาดอยู่บนหัวเข่า สีหน้าเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย
หากเป็นก่อนหน้านี้ เขาคงไม่ใส่ใจว่าเผยจิ้นจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร
ถึงขั้นอยากให้เจ้าหน้าขาวนั่นรีบตายไปเสียด้วยซ้ำ!
แต่ช่วงเวลาที่ได้คลุกคลีกับเผยจิ้น และการพ่ายแพ้ให้เขาถึงสองครั้ง
ทำให้ถูจิ่วซานเลื่อมใสในความสามารถของเผยจิ้นอย่างหมดใจ
ในสายตาของเขา เผยจิ้นก็คือพี่ใหญ่ของตน
พี่ใหญ่ยังไม่กลับมา เขาจะไม่เป็นห่วงได้อย่างไร
ทหารใหม่ที่อยู่ข้างกายเขาปากสั่น เอ่ยเสียงตะกุกตะกักว่า
“พี่ถู...หรือว่าท่านโหวหนุ่มกับพวก...ตายกันหมดแล้ว?”
“หุบปากเน่า ๆ ของเจ้าไป!”
ถูจิ่วซานถลึงตาใส่ “กล้าพูดเหลวไหลอีก ข้าจะตัดลิ้นเจ้าเสีย!”
ทหารใหม่หดคอ ไม่กล้าส่งเสียงอีก
แต่ฝ่ามือของถูจิ่วซานเองก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น
เขารู้ดีเหลือเกิน นั่นคือค่ายทหารม้าหนักของเผ่าป่าเถื่อนถึงห้าพันนาย!
คนหนึ่งร้อยห้าสิบคนบุกเข้าไป จะมีสักกี่คนที่ได้หายใจกลับออกมา?
ฉู่หวยชิวหันกลับมา เสียงแหบพร่า “ถ่ายทอดคำสั่ง หากก่อนฟ้าสางยังไม่มีใครกลับมา...”
เขายังพูดไม่ทันจบ
เสียงแหบพร่าจนแทบผิดเพี้ยนในความมืดเบื้องล่างกำแพงเมืองก็กรีดฝ่าพายุหิมะขึ้นมา
“เปิดประตูเมือง!”
หลิวขาเป๋ตะโกนด้วยความตื่นเต้น
“หอรบของพวกเถื่อนถูกเผาวอดแล้ว รถยิงหินบัดซบก็ถูกเผาวอดด้วย!”
“แม่ทัพใหญ่ถูกท่านโหวหนุ่มฟันหัวแบะ ชนะศึกใหญ่แล้ว!”
