ยามประตูเมืองโยวโจวเปิดออก ฟ้าก็ใกล้สางแล้ว
ถูจิ่วซานแบกเผยจิ้นทะยานผ่านประตูเมืองเข้ามา
ฮั่วชิงอู๋คุ้มกันเฝิงเซียว ส่วนหลิวขาเป๋นำทหารชราอยู่รั้งท้าย
“ปิดประตูเมือง! ทั่วทั้งเมืองเตรียมพร้อมรับมือ!”
ฮั่วชิงอู๋ออกคำสั่ง กลอนประตูหนักอึ้งก็หล่นลงทันที
หนิงเจียนเสวี่ยได้รับข่าวจากสายลับที่ซุ่มอยู่ก่อนแล้ว
นางพลิกตัวลงจากม้า เร่งฝีเท้าเข้าไปหาทุกคน
“เผยจิ้นบาดเจ็บตรงไหน?”
“อกกับหลัง ถูกฉินซั่วซัดฝ่ามือใส่ทั้งคู่”
ฮั่วชิงอู๋รีบตอบ
เผยจิ้นส่ายหน้า “ไม่ต้องห่วง ข้ายังไม่ตายหรอก”
“อย่างไรข้าก็เป็นนักรบขั้นสาม”
“ช่วยเฝิงเซียวก่อน”
“เจ้ายืนแทบไม่ไหว ยังจะห่วงคนอื่นอีกหรือ?”หนิงเจียนเสวี่ยขมวดคิ้วถามเสียงดุ
“ในหัวเฝิงเซียวซ่อนความจริงของหุบเขาลมดำเอาไว้!”
“เรื่องของเขาสำคัญกว่าแผลเล็กน้อยของข้าในตอนนี้!”
หนิงเจียนเสวี่ยจ้องเขาอยู่สองอึดใจ “บุรุษตระกูลเผยของพวกเจ้าเป็นเช่นนี้กันทุกคนเลยหรือ!”
กล่าวจบ นางก็เบี่ยงตัวหลีกทาง
“ส่งไปห้องยา หว่านถังกำลังรออยู่”
ทุกคนรีบกลับไปยังจวนบรรพชน
ซูหว่านถังเพียงเห็นคราบเลือดบนอกเผยจิ้น สีหน้าก็พลันเคร่งขรึม
นางยกมือจะจับชีพจรให้เผยจิ้น แต่เขากลับเบี่ยงหลบ
“ตรวจเฝิงเซียวก่อน”
“นั่งลง!”
“พี่สะใภ้รอง...”
“ข้าบอกให้นั่งลง!”
ซูหว่านถังกดเขาลงบนม้านั่งไม้
เข็มทองสามเล่มแทงลงบริเวณรอบลายดำบนอกทันที
แก่นอสูรสั่นไหวอย่างบ้าคลั่ง
ไหล่และแผ่นหลังของเผยจิ้นกระตุก เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นตรงขมับอย่างรวดเร็ว
“เจ้าบ้าไปแล้วหรือไร!”
“ฉินซั่วอย่างไรก็เป็นยอดฝีมือขั้นสามช่วงปลาย เจ้าโดนเขาซัดถึงสองฝ่ามือ”
“อยากรีบตายแล้วไปเกิดใหม่หรืออย่างไร?”
ซูหว่านถังมองบาดแผลทั่วร่างเผยจิ้น ในใจทั้งตกใจทั้งหวาดหวั่น
“พี่สะใภ้รอง ข้าไม่เป็นไรจริง ๆ...”
“หุบปาก!”ซูหว่านถังตวาด
จากนั้นนางก็ตั้งใจรักษาบาดแผลให้เผยจิ้นอย่างละเอียดถี่ถ้วน
หนึ่งเค่อผ่านไป
ซูหว่านถังผ่อนลมหายใจยาว “นับว่าเจ้ายังดวงแข็ง!”
“คราวหน้าหากยังบุ่มบ่ามเช่นนี้อีก ข้าจะไม่ช่วยเจ้าแล้ว!”
กล่าวจบ นางก็ถลึงตามองเผยจิ้น ก่อนหันไปฝังเข็มให้เฝิงเซียว
แม้เหน็ดเหนื่อยจนเหงื่อท่วมศีรษะ แต่นางยังคงจดจ่อเต็มที่
