เสิ่นซิ่นเป็นคนเจ้าสำราญที่ทำชั่วครบห้าประการ ขาดผู้หญิงไม่ได้ เขาจึงคิดว่าผู้ชายทั่วทั้งใต้หล้าก็เป็นเหมือนกันหมด
หานชิงจือเป็นคนที่นายท่านเสิ่นผู้เฒ่าตัดสินใจให้แต่งเข้าตระกูล ส่วนเรื่องที่คุณชายใหญ่แห่งตระกูลเสิ่นกับภรรยาไม่ค่อยมีความรู้สึกให้กันนั้น ทุกคนต่างรู้ดี
เสิ่นซิ่นคิดว่า ผู้ชายน่ะหรือ เขารู้จักดีที่สุด!
เขาคิดแผนการอันแสนวิเศษออกมาได้ นั่นก็คือจัดหาผู้หญิงให้เสิ่นตงจวิน
คนนี้ไม่ได้ก็เปลี่ยนเป็นอีกคน สักวันย่อมหาคนที่เขาชอบเจอ
พอถึงตอนนั้น แค่ให้ลูกสะใภ้คอยเป่าหู ลูกชายไม่กตัญญูก็ยังพึ่งลูกสะใภ้ได้ไม่ใช่หรือ!
พอได้ยินพระเอกเอ่ยถึงเสิ่นซิ่น จู้อินจะยังไม่เข้าใจอะไรอีก?
นี่เข้าใจว่าเธอเป็นคนที่เสิ่นซิ่นส่งมาน่ะสิ!
พอเข้าใจเรื่องนี้แล้วมองสีหน้าเสิ่นตงจวินอีกครั้ง ก็เป็นอย่างที่คิด เธอเห็นแววเหยียดหยามและดูแคลนจาง ๆ บนใบหน้าบึ้งตึงนั้น
ก่อนจู้อินจะมาถึง คฤหาสน์ตระกูลเสิ่นหลังนี้เคยมีผู้หญิงที่เสิ่นซิ่นส่งมาหลายคน อาชีพมีตั้งแต่แม่บ้าน แม่ครัว คนสวน นักโภชนาการ ไปจนถึงแพทย์ประจำครอบครัว...
ตอนนี้เสิ่นตงจวินรู้สึกเพียงว่าตนประเมินเสิ่นซิ่นต่ำไปจริง ๆ ตาแก่นั่นถึงกับไล่พ่อบ้านจางที่คุณปู่ส่งมาได้
แล้วเขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังขึ้น
เสียงใสกังวานราวกับหยกกระทบถาด ฟังดูร่าเริงอยู่เล็กน้อย
เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่เสียงของหานชิงจือ
สายตาเย็นชาของเสิ่นตงจวินพุ่งใส่จู้อินราวกับลูกธนู
จู้อินยิ้มพลางสบตาเขา “คุณชายเสิ่น ขอแนะนำตัวใหม่อีกครั้งนะคะ ฉันเป็นพ่อบ้านคนใหม่ที่คุณปู่ของคุณ นายท่านเสิ่น จ้างมาเป็นการเฉพาะ เพื่อรับช่วงงานต่อจากพ่อบ้านจางค่ะ”
แววตาของเสิ่นตงจวินเข้มขึ้นเล็กน้อย
“ไม่เกี่ยวกับคุณพ่อของคุณเลยค่ะ คุณจะไปยืนยันกับนายท่านเสิ่นด้วยตัวเองก็ได้”
เสิ่นตงจวินไม่เชื่อคำพูดนั้น
จู้อินคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ถึงคุณจะไม่เชื่อคำพูดของฉัน อย่างน้อยก็น่าจะเชื่อรสนิยมของฉันนะคะ”
เธอมองเสิ่นตงจวินอย่างจริงใจ “ฉันไม่ชอบผู้ชายแบบคุณจริง ๆ ค่ะ คุณชายไม่ต้องกังวลเรื่องความบริสุทธิ์ของตัวเองหรอก”
เสิ่นตงจวิน “...”
หางคิ้วของเขากระตุกเบา ๆ
ผู้หญิงตรงหน้าพูดคำว่า “คุณ” อย่างให้เกียรติทุกคำ น้ำเสียงฟังดูสุภาพ ทว่าคำพูดกลับเหลือเชื่อขึ้นเรื่อย ๆ
เสิ่นตงจวินกล่าวเสียงเย็น “ฉันไม่สนว่าใครส่งเธอมา บ้านตระกูลเสิ่นไม่ต้องการพ่อบ้านคนใหม่ พ่อบ้านจางอยู่ไหน?”
จู้อินถอนหายใจ “คุณชายคะ พ่อบ้านจางอายุมากแล้ว ถึงเวลาเกษียณสักที ปล่อยให้เขากลับไปบ้านเก่า คอยดื่มชาตกปลาเป็นเพื่อนนายท่านทุกวันไม่ดีกว่าหรือคะ?”
น่าสงสารผู้สูงวัยที่ต้องทนทุกข์อยู่ที่นี่ พอเห็นเธอก็เหมือนมองเห็นแสงสว่าง
เสิ่นตงจวิน “...”
เขามองตามสายตาจู้อินไปยังข้าวของที่กระจัดกระจายเต็มพื้น แล้วตกอยู่ในความเงียบ
แต่เห็นได้ชัดว่าประธานจอมเผด็จการไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมาบีบบังคับ เขายังคงทำหน้าเย็นชา “ฉันจะพูดอีกครั้ง บ้านตระกูลเสิ่นไม่ต้องการเธอ—”
“ฉันว่าคุณจู้อินก็ดีนะคะ” เสียงเย็นเรียบดังแทรกขึ้นมาอย่างกะทันหัน ตัดบทเขา
เป็นหานชิงจือที่นั่งเงียบมาตลอดบนโซฟา
เสิ่นตงจวินมองเธออย่างประหลาดใจ
หานชิงจือยกมุมปากขึ้น ดวงตากลมโตของเธอราวกับผืนน้ำระยิบระยับ ทว่ากลับสงบนิ่งเกินไป ต่อให้ยิ้มก็ไม่เห็นคลื่นอารมณ์ใด ๆ
เสิ่นตงจวินขมวดคิ้วแน่น คล้ายอยากพูดอะไรสักอย่าง แต่พอเหลือบเห็นร่างผอมบางของหานชิงจือ คำพูดที่จ่ออยู่ปลายลิ้นก็ถูกกลืนกลับลงไป
เขาพูดเสียงเย็น “ในเมื่อเธอคิดว่าหล่อนดี ก็ให้อยู่ต่อแล้วกัน มีข้อเดียว ถ้าต่อไปหล่อนก่อเรื่องอะไรขึ้นมา เธอต้องรับผลที่ตามมาเอง!”
พูดจบ เขาก็ก้าวยาว ๆ จากไป
“โห! ไปกินรังแตนมาหรือไง?” จู้อินมองแผ่นหลังของประธานจอมเผด็จการที่เดินจากไป พลางส่ายหน้า “โกรธมากไม่ดีต่อสุขภาพนะคะ ถ้าเขาโมโหอยู่แบบนี้ต่อไป วันหน้าคงลำบากแน่”
ตอนแรกหานชิงจือแค่ตั้งใจพูดประโยคนั้นเพื่อให้เสิ่นตงจวินหงุดหงิด พอได้ยินเธอพูดตอนนี้ก็อดยิ้มไม่ได้
แต่ประโยคถัดมาของจู้อินกลับหันมาเล่นงานเธอ “คุณก็เหมือนกันค่ะ เอาแต่หม่นหมองกลัดกลุ้มแบบนี้ อาการหนักกว่าเขาอีก”
ภารกิจของเธอในโลกนี้คือคลี่คลายปมในใจระหว่างพระเอกกับนางเอก ให้ทั้งคู่มีตอนจบที่มีความสุขสมบูรณ์
การครองรักกันจนแก่เฒ่าก็ถือว่าอยู่ในขอบเขตของ “ความสุขสมบูรณ์” เหมือนกัน
จู้อินคิดอย่างกลัดกลุ้มอยู่บ้างว่า หากทั้งคู่ดันอายุสั้นจากไปก่อนวัยอันควร ภารกิจนี้คงทำให้สำเร็จได้ยากขึ้น
ดูเหมือนปาปาราจะสังเกตเห็นความกังวลของเธอ จึงปลอบว่า “โฮสต์ไม่ต้องกังวล ตัวเอกพวกนั้นมีร่างกายพิเศษ ต่อให้ทำร้ายสุขภาพตัวเองแค่ไหนก็ยังแข็งแรงกระฉับกระเฉงอยู่ดี”
จู้อินได้ยินแล้วก็โล่งใจ แต่ขณะเดียวกันก็เสียดายมาก “ร่างกายดีขนาดนี้ ไม่ไปทำงานกับเจ้านายเก่าของฉัน น่าเสียดายจริง ๆ”
ปาปาราอยากรู้อยากเห็นงานก่อนหน้าของโฮสต์อยู่บ้าง แต่ในฐานะระบบที่มีจรรยาบรรณในการทำงาน มันจึงอดใจไม่ถาม
หลังเช็กชื่อฝั่งพระเอกกับนางเอกเสร็จ จู้อินก็ไปพบพนักงานคนอื่น ๆ ในคฤหาสน์
พ่อครัวสองคน คนหนึ่งทำอาหารจีน อีกคนทำขนมฝรั่ง
แม่บ้านทำความสะอาดหนึ่งคน คนสวนหนึ่งคน และคนขับรถหนึ่งคน
ตอนนี้นี่คือพนักงานประจำของบ้านตระกูลเสิ่น
ในเนื้อเรื่อง นอกจากป้าอวี๋ที่ทำอาหารจีนแล้ว คนอื่น ๆ แทบไม่มีบทบาทหรือข้อมูลแนะนำตัว
ป้าอวี๋มาจากบ้านเก่าตระกูลเสิ่น เธอดูแลพระเอกมาตั้งแต่เด็ก พระเอกช่างเลือกและกินยาก ทั้งยังไม่ชอบกินข้าวให้เป็นเวลา มีเพียงป้าอวี๋เท่านั้นที่พอจะทำให้เขาพอใจได้
จู้อินพบว่าสายตาที่ทุกคนมอง “หัวหน้าคนใหม่ที่จู่ ๆ ก็โผล่มา” อย่างเธอนั้นเป็นมิตรอย่างยิ่ง เต็มไปด้วยความเชื่อใจและความคาดหวัง
ทำไมกัน?
เธอกะพริบตาเบา ๆ ดวงตาลึกล้ำมืดมนราวกับลึกลับจนแม้แต่แสงตะวันก็ส่องผ่านเข้าไปไม่ได้
[วันนี้ประธานเสิ่นทำแก้วแตกแค่ใบเดียว ซาบซึ้งใจ]
[ถึงกับทำให้ประธานเสิ่นกับภรรยาที่กำลังทะเลาะกันหยุดได้ เก่งจริง ๆ! หวังว่าพ่อบ้านจู้อินจะอยู่ต่อไปอีกสักพัก]
[พ่อบ้านคนใหม่สวยขนาดนี้เลยเหรอ? หรือในที่สุดนายท่านก็ทนไม่ไหว เตรียมเปลี่ยนหลานสะใภ้แล้ว?]
[ถ้าไม่ใช่เพราะต้องหาเงินเลี้ยงชีพ ใครจะอยากมานั่งดูประธานเสิ่นคลุ้มคลั่งอยู่ตรงนี้ทุกวัน? พอทะเลาะกันก็ขว้างข้าวของ! ปริมาณงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าเลย!]
ท่ามกลางความคิดที่กลมเกลียวกัน มีเสียงหนึ่งโดดเด่นแปลกแยกขึ้นมาเป็นพิเศษ:
[พ่อบ้านคนใหม่หน้าตาแบบนี้เหรอ? ถ้าอย่างนั้นภารกิจที่คุณเสิ่นกำชับฉันไว้ก็หมดหวังน่ะสิ?]
จู้อินมองไปตามเสียง แล้วสบเข้ากับดวงตาคู่หนึ่งที่ผ่านโลกมามาก
คนสวนนามแซ่เติ้งของบ้านตระกูลเสิ่น เป็นชายวัยกลางคนอายุสี่สิบกว่า ปกติไม่ค่อยเข้ามาในตัวบ้านใหญ่ ตอนแนะนำตัวเมื่อครู่ก็พูดจาอย่างเกร็ง ๆ
ไม่คิดเลยว่าเหล่าเติ้งที่ดูเงียบขรึมซื่อสัตย์จะเป็นคนของเสิ่นซิ่นด้วย?
จู้อินยังไม่ทันคิดอะไรต่อ เหล่าเติ้งก็บ่นพึมพำในใจอีกว่า:
[ยังดีที่เหล่าเติ้งฉลาด บอกแค่ว่ามีโอกาสจะลองดู ไม่ได้คุยโวไว้ก่อน]
บางคนภายนอกดูพูดน้อย แต่ในใจกลับเป็นคนช่างพูด:
[บนก็มีนายท่าน ล่างก็มีคุณชายใหญ่ ฉันดูแลสวนผืนนี้ให้ดี เดือนหนึ่งก็ได้หลายหมื่น ใครจะโง่ไปเล่นเกมแย่งชิงในบ้านกับพวกคุณกันล่ะ]
จู้อิน: ...
.
เสิ่นซิ่นรู้ข่าวอย่างรวดเร็วว่าบ้านตระกูลเสิ่นมีพ่อบ้านสาวที่สวยยิ่งกว่าดารามาอยู่ด้วย
สมองที่เต็มไปด้วยความคิดสกปรกของเขาคิดความเป็นไปได้อื่นไม่ออก จึงโทรหาเสิ่นตงจวิน
ทั้งคู่ทะเลาะกันยกใหญ่
ครั้งนี้เสิ่นตงจวินไม่ได้ขว้างข้าวของ ขอเพียงไม่ทะเลาะกับหานชิงจือ ดูเหมือนเขาจะยังควบคุมอารมณ์ตัวเองได้
มีคนบางคนไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย แต่กลับถูกพาลใส่
เช้าวันถัดมา ซึ่งเป็นวันแรกที่จู้อินเริ่มงาน เธอกลับถูกไล่ออกเพียงเพราะก้าวเท้าซ้ายเข้าบ้านตระกูลเสิ่น
