“เอ่อ... ไม่ใช่”
“ขึ้นรถ” หลี่ชิงชิงเอียงคอ
“ไปไหน?”
หลินอี้ถามอย่างสงสัย
หลี่ชิงชิงขมวดคิ้ว ดูท่าทางเริ่มหงุดหงิดแล้ว เธอจ้องหลินอี้ “เมื่อเช้าฉันพูดอะไรกับนายไว้? ฉันบอกว่าจะมาเอากีตาร์กับนาย นายไม่ได้ใส่ใจเลยใช่ไหม?”
“อ๋อ ๆ มีเรื่องนี้ด้วยจริง ๆ นี่นา ดีเลย งั้นไปกันเถอะ พอดีฉันกำลังจะไปเอารถอยู่”
หลินอี้ยื่นมือไปดึงประตูรถตามความเคยชิน แต่ดึงอยู่ครั้งหนึ่งก็เปิดไม่ออก
เขาหันไปมองหลี่ชิงชิงอย่างงุนงง
เวลานี้เธอกำลังมองเขาด้วยสายตาเหมือนมองพวกไม่ได้เรื่อง “ขอโทษมา”
“ให้ฉันขอโทษ? ทำไมล่ะ?” หลินอี้ถามอย่างสงสัย
“นายไม่ได้ใส่ใจคำพูดของฉัน นายคิดว่าควรใส่ใจไหม? ถ้าฉันไม่ได้มาเจอนายที่นี่ นายคงลืมไปแล้วใช่ไหม?”
หลินอี้ “...”
คุณหนูพวกนี้เอาใจยากกันขนาดนี้ทุกคนเลยหรือไง กีตาร์นั่นก็ไม่ใช่ของเธอสักหน่อย?
แต่พอคิดดูแล้ว หลินอี้ก็ไม่อยากมีปากเสียงกับเธอไปมากกว่านี้ เขายิ้มมุมปาก “ประธานชมรม ผมผิดเอง ผมมันแย่จริง ๆ ที่ลืมเรื่องสำคัญขนาดนี้ไป ประธานชมรมยกโทษให้ผมเถอะ ให้ผมพาประธานชมรมไปเอากีตาร์แสนล้ำค่ากลับมาเอง ดีไหมครับ?”
หลี่ชิงชิงได้ยินดังนั้น ใบหูพลันแดงระเรื่อ เธอปลดล็อกรถแล้วเบือนหน้าไปอีกทาง “ฉันยังไม่ได้ยกโทษให้นายนะ แค่เห็นว่านายสำนึกดี ก็เลยยอมให้นายขึ้นรถอย่างเสียไม่ได้ ไม่งั้นนายก็วิ่งไปเองด้วยเท้าเลย!”
“รับทราบครับ!”
หลินอี้รีบดึงประตูรถแล้วทิ้งตัวลงนั่ง จากนั้นก็เอื้อมมือคาดเข็มขัดนิรภัย แต่จู่ ๆ ร่างกายก็สะดุ้งวาบ
