ข่าวที่ม่านตัวหลัวได้รับบาดเจ็บสาหัสไม่ได้แพร่กระจายออกไปเป็นวงกว้างก็จริง แต่เหล่าเซียนที่ช่างสังเกตก็ยังจับพิรุธได้จากเบาะแสบางอย่าง
“ช่วงก่อนหน้านี้ เจ้าชายทองคำไปสู้กับราชินีม่านตัวหลัวมาหรือเปล่า?” เซียนตนหนึ่งกระซิบถามสหาย
“ชู่ว์—อย่าพูดเหลวไหล ตอนนี้เจ้าชายทองคำอารมณ์ดีขึ้นมากก็จริง แต่ถ้าเอ่ยถึงเรื่องอื่นที่เกี่ยวกับเขา นอกจากเซียนหลิงเยว่ เขาก็ยังหน้าบึ้งอยู่ดี”
“โธ่ ฉันก็แค่อยากรู้นี่นา! สรุปว่าใครชนะ?”
“ดูจากสองเดือนมานี้ที่ม่านตัวหลัวแทบไม่ออกจากจวนราชินี คำตอบยังไม่ชัดอีกหรือ?”
ไม่มีเซียนตนไหนกล้าเฉียดเข้าใกล้หุบเขาคมดาบอีก และไม่มีใครกล้าแอบชะโงกมองรอบนอกคฤหาสน์สวนผีเสื้อ
เวลาเหล่าเซียนวายุซุบซิบเรื่องชาวบ้าน พวกนางจะจงใจกดเสียงให้เบาลง ราวกับแค่เอ่ยถึงชื่อเจ้าชายทองคำกับเซียนหลิงเยว่ ก็จะนำพาเคราะห์ร้ายที่ไม่อาจเอ่ยถึงมาให้
หลิงเยว่พอใจกับเรื่องนี้ดี
เดิมทีนางก็ไม่ชอบสุงสิงกับเหล่าเซียนในแดนเซียนอยู่แล้ว ประสบการณ์เป็นตัวประกอบมานับร้อยชาติทำให้นางมีความห่างเหินต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตทรงปัญญาคล้ายมนุษย์โดยสัญชาตญาณ
นางชอบที่จินหลีถงอยู่เป็นเพื่อน เพราะเขาเป็นคนเรียบง่ายและบริสุทธิ์ใจ ทั้งยังดีกับนางอย่างไม่มีเงื่อนไข นางยอมรับการมาเยี่ยมเยียนเป็นประจำของเผิงจุน เพราะเขามอบต้นกำเนิดแสงและความมืดที่นางต้องการให้ได้
นอกเหนือจากนั้น นางก็คร้านจะเข้าไปยุ่งกับการเข้าสังคมใด ๆ ทั้งสิ้น
ดังนั้นเมื่อจดหมายเชิญเข้าร่วมการคัดเลือกวาระใหม่ของหอหลิงซีมาส่งถึงหน้าคฤหาสน์สวนผีเสื้อ หลิงเยว่ก็โยนมันทิ้งไว้ที่มุมห้องเก็บของโดยไม่แม้แต่จะอ่าน
หอหลิงซีเป็นองค์กรผู้มีอำนาจสูงสุดในแดนเซียน ประกอบด้วยเซียนระดับเซนต์แปดตน มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยและสมดุลของแฟนิมอนแลนด์ ทุกช่วงเวลาจะมีการเลือกตั้งวาระใหม่ พร้อมเชิญเซียนระดับเซนต์ผู้มีฝีมือในแดนเซียนให้เข้าร่วม
การเปลี่ยนวาระครั้งนี้เกิดขึ้นหลังคืนแสงจันทร์ ซึ่งมีเซียนระดับเซนต์หน้าใหม่ผุดขึ้นมาจากทุกสารทิศ การแข่งขันจึงดุเดือดเป็นพิเศษ
ทั้งหลิงเยว่และจินหลีถงต่างได้รับคำเชิญ
