“ไม่!”
หลินหร่านสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย
ใบหน้าซีดเผือดชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเม็ดโต ร่างทั้งร่างสั่นเทาอย่างห้ามไม่อยู่เพราะภาพฝันอันน่าสะพรึงกลัว
ทำไมเธอถึงฝันถึงเรื่องในอดีตอีกแล้ว?
เมื่อ 5 ปีก่อน วันสิ้นโลกมาเยือน
น้องชายของเธอ เสี่ยวเจ๋อ ป่วยเป็นหวัดเล็กน้อย แต่กลับต้องจากไปตลอดกาลท่ามกลางคลื่นความหนาวเย็นที่ถาโถมเข้ามาหลังวันสิ้นโลกผ่านไปครึ่งปี ส่วนพ่อกับแม่ก็ตายในฝูงซอมบี้ช่วงปลายปีแรกของวันสิ้นโลก
ส่วนเธอที่รอดมาได้อย่างหวุดหวิด ตื่นพลังพิเศษสายมิติและสายสายฟ้าในปีที่สอง จากนั้นร่วมกับเย่หลาน เทพบุตรในดวงใจสมัยมหาวิทยาลัย สร้างฐานจื่อกวงที่ใหญ่เป็นอันดับสองของวันสิ้นโลกขึ้นมา
เธอกับเย่หลานกลายเป็นคู่รักกันอย่างเป็นธรรมชาติ
เธอคิดว่าหลังผ่านความยากลำบากมาได้ ชีวิตของทั้งคู่จะดีเช่นนี้ตลอดไป แต่ระหว่างออกปฏิบัติภารกิจครั้งหนึ่ง เธอกลับถูกเย่หลานกับผู้หญิงคนนั้นหักหลัง แล้วขายให้ห้องทดลองนรกแห่งนี้
พวกนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องดูดเลือดและเฉือนเนื้อเธอทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้เธอน่าสงสารกว่าหนูทดลองเสียอีก
“อยากจุดไฟเผาที่นี่ให้วอดวายไปให้หมดจริง ๆ”
เมื่อนึกถึงเรื่องนั้น ดวงตาของหลินหร่านก็ฉายแววเกลียดชัง เธอกัดฟันพูด
“ฮื่อ ๆ”
เสียงจากชายที่อยู่ตรงข้ามดึงหลินหร่านกลับจากห้วงความคิด
หลินหร่านมองไปทางเขา แล้วพบว่าเพื่อนร่วมห้องขังมีอาการย่ำแย่ ใบหน้าหล่อเหลาเกลี้ยงเกลาซีดขาวน่ากลัว ดวงตาแดงก่ำราวกับเลือดกำลังจะหยดออกมา
ก่อนหน้านี้ดวงตาของเขาก็เป็นสีแดง แต่ไม่เคยแดงน่ากลัวขนาดนี้ เห็นได้ชัดว่าเขาผิดปกติไปแล้ว
แต่หลินหร่านคิดว่า ต่อให้หน้าตาเหมือนผีแบบนี้ ใบหน้านั้นก็ยังหล่อจนแทบคร่าชีวิตคนได้
ใบหน้าคมคายได้รูป ราวกับพระเจ้าประทานจุมพิตให้
ใครจะเชื่อว่าคนแบบนี้เป็นซอมบี้ แถมยังเป็นราชาซอมบี้ที่มีสติสัมปชัญญะ
เขาชื่อเจียงเฉิน เดิมเป็นหัวหน้าหน่วยเจียนเตาที่เป็นฐานที่มั่นอันดับหนึ่งของวันสิ้นโลก มีพลังพิเศษครบทั้งห้าธาตุ ทอง ไม้ น้ำ ไฟ และดิน ภายใต้การนำของเขา ต่อให้เป็นเธอกับเย่หลานในตอนนั้นก็ยังเทียบไม่ติด
แต่เขาทำผิดพลาดอยู่เรื่องหนึ่ง นั่นคือหลงเชื่อคนเลว
หรือพูดให้ถูก เขาไว้ใจคนผิด
บางทีมนุษย์อาจเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ารังเกียจและไร้ยางอายที่สุดในโลกก็ได้
แม้เจียงเฉินจะเป็นราชาซอมบี้ แต่เขาก็ยังมีมนุษยธรรม เขารักและสงสารมนุษย์ หลายปีที่ผ่านมาเขาปลอมตัวเป็นมนุษย์ นำพาผู้คนสร้างฐานเอาชีวิตรอดเจียนเตาที่ใหญ่ที่สุดขึ้นมา
แต่เมื่อเพื่อนที่เขาเรียกขานเปิดเผยว่าเขาเป็นราชาซอมบี้ ผู้คนที่เขาเคยปกป้องกลับรุมทำร้ายเขา
ตอนเธอได้ยินข่าวนั้น เธอยังอยู่ที่ฐานจื่อกวง ไม่อยากเชื่อเลยว่าคนเก่งกาจเหนือใครอย่างเจียงเฉินจะเป็นราชาซอมบี้
แต่ถึงเขาจะเป็นราชาซอมบี้แล้วอย่างไร?
เขาไม่เคยทำร้ายมนุษย์ แต่กลับถูกมนุษย์ฆ่า
จนกระทั่งเมื่อปีก่อน หลังเธอมาถึงที่นี่ ถึงได้รู้ว่าเจียงเฉินไม่ได้ตายอย่างที่ข่าวลือว่าไว้ แต่ถูกขังอยู่ในสถาบันวิจัยแห่งนี้เหมือนกับเธอ
“ไฟ?”
หลินหร่านมองคนตรงข้ามอีกครั้ง เจียงเฉินเบิกดวงตาสีแดงฉานคู่นั้น จ้องเธออย่างจริงจัง ราวกับกำลังทำความเข้าใจความหมายของคำพูด
มุมปากของหลินหร่านยกขึ้นเป็นรอยยิ้มสนุกสนาน น่าสนใจจริง ๆ ราชาซอมบี้ที่อยู่ตรงข้ามกลับมาฟังเธอรู้เรื่องอีกแล้ว
ก่อนหน้านี้ไม่นาน เขาไม่ใช่ถูกพวกนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องกระตุ้นจนเสียสติ ถอยกลับไปเป็นซอมบี้ระดับต่ำหรอกหรือ?
“เธอ… อยากเผาที่นี่ให้หมดเหรอ?”
เสียงแหบพร่าของชายหนุ่มดังขึ้น
หลินหร่านชะงัก เขาพูดได้อีกครั้งจริง ๆ
หลินหร่านจ้องอีกฝ่าย ก่อนจะหัวเราะลั่น “ฮ่า ๆ ใช่ ฉันอยากเผาที่นี่ให้หมด ให้สถานที่แห่งนี้กับคนพวกนี้ตายเป็นเพื่อนฉัน
นายว่าไง ดีไหม?”
“ฟังดูไม่เลว งั้นเราไปจุดไฟกันเถอะ”
เจียงเฉินยกมุมปาก ดวงตาคู่งามมีประกายระยิบระยับ
ขณะที่หลินหร่านกำลังมองเขาอย่างเคลิบเคลิ้ม จู่ ๆ ก็มีเปลวไฟพวยพุ่งออกจากฝ่ามือของเขา ไม่นานไฟก็ลุกโชนไปทั่ว รวมถึงเชือกที่ทำจากเถาวัลย์เหนียวแน่นที่สุดซึ่งพันร่างหลินหร่านไว้แน่น
“ไป”
ไม่รู้ว่าเจียงเฉินหลุดจากพันธนาการตั้งแต่เมื่อไร เขาขยับแขนขาที่แข็งทื่อเล็กน้อยเพราะร่างกายเสื่อมถอย แล้วประคองหลินหร่านเดินออกไปพร้อมกัน
“ประกาศเตือน! ประกาศเตือน! สิ่งทดลองหมายเลข 001 และหมายเลข 002 หลุดจากการควบคุม ทุกหน่วยโปรดระวัง สิ่งทดลองทั้งสองอันตรายอย่างยิ่ง หากพบเห็นให้สังหารทันที ห้ามปล่อยให้รอดชีวิต!”
เสียงฝีเท้าดังมาจากโถงทางเดิน ดูท่าทุกคนกำลังมุ่งหน้ามาทางพวกเขา
ทันทีที่เจียงเฉินเปิดประตู สายฟ้าสีม่วงก็พุ่งเข้าใส่คนเหล่านั้น
ทุกสิ่งที่สายฟ้าผ่านกลายเป็นเถ้าถ่าน
หลินหร่านลอบชื่นชมพลังทำลายล้างนี้
นี่คือพลังของราชาซอมบี้
“พลังพิเศษของนายฟื้นคืนมาได้ยังไง?”
พลังพิเศษของเธอถูกพวกนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องรีดจนหมดนานแล้ว แต่เจียงเฉินกลับใช้พลังแข็งแกร่งขนาดนี้ได้ เขาทำได้อย่างไร?
“ฉันกำลังเผาแก่นคริสตัล”
เผาแก่นคริสตัล? เข้าใจแล้ว เป็นวิธีตายไปพร้อมกันสินะ
ถ้าซอมบี้ไม่มีแก่นคริสตัล ก็เหมือนมนุษย์ไม่มีเลือด อยู่ได้อีกไม่นาน
เจียงเฉินคงไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อมาตั้งนานแล้ว
ก็ดีเหมือนกัน
ในเมื่ออยู่ต่อดี ๆ ไม่ได้ งั้นก็ลากคนพวกนี้ตายไปด้วยกันให้สะเทือนฟ้าสะเทือนดิน!
เสียงทุ้มมีเสน่ห์ของเจียงเฉินดังมาจากเหนือศีรษะหลินหร่าน ชวนให้ลุ่มหลง “เธอไม่ใช่อยากจุดไฟตายไปพร้อมกับพวกเขาหรือ? งั้นเราไปทำลายที่นี่กันเถอะ”
ทำลาย!
เป็นคำที่ไพเราะเหลือเกิน
เมื่อได้ยินคำพูดของเขา มุมปากหลินหร่านก็เบ่งบานเป็นรอยยิ้มหวานปนมืดมน “ได้ เจียงเฉิน เราไปห้องควบคุมหลักกันเถอะ”
เจ้าหน้าที่ห้องทดลองและผู้มีพลังพิเศษนับไม่ถ้วนขวางทาง พยายามสังหารพวกเขา แต่เจียงเฉินจัดการจนหมด
ในที่สุด ทั้งคู่ก็มาถึงห้องควบคุมก่อนที่เจียงเฉินจะหมดแรง
หลินหร่านพบอุปกรณ์ทำลายตัวเองของห้องทดลองในห้องควบคุม ทันทีที่กดปุ่ม เธอก็เห็นเย่หลานยืนอยู่นอกห้องควบคุมผ่านจอภาพ เขามีสีหน้าตื่นตระหนก ตะโกนอะไรบางอย่างพลางพยายามเปิดประตูบุกเข้ามา
ร่วมมือกันมาหลายปี เขาต้องรู้แน่ว่าเธอกำลังจะทำอะไร
น่าเสียดาย มือของหลินหร่านกดอุปกรณ์ทำลายตัวเองลงไปแล้ว
น่าขันสิ้นดี
ใครจะคิดว่าห้องทดลองที่ทำให้ผู้มีพลังพิเศษนับไม่ถ้วนหวาดผวา จะซ่อนอยู่ใต้ฐานจื่อกวงของพวกเขาเอง
ตูม!
เสียงระเบิดกึกก้องดังมาจากส่วนลึกใต้พื้นดิน ก่อนจะเกิดระเบิดครั้งใหญ่
เปลวไฟร้อนแรงเต้นระริกอยู่ในดวงตาของหลินหร่าน ทำให้ดวงตาคู่นั้นงดงามเป็นพิเศษ
“เป็นไปตามที่เธอต้องการ ไฟกองนี้ลุกโชนได้สวยไหม?”
เสียงเย็นชาของเจียงเฉินดังข้างหูหลินหร่าน ไพเราะจับใจ
“สวยมาก ขอบคุณนะ เจียงเฉิน”
ดวงตาของหลินหร่านเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งของคนที่กำลังจะถูกทำลายและคนที่กำลังทำลายทุกสิ่ง ทำให้หัวใจเจียงเฉินสั่นไหว
“ไม่ต้องขอบคุณ ฉันเองก็อยากจุดไฟเผาที่นี่ให้วอดวายมานานแล้ว แค่เสียดายนิดหน่อย เธอรู้ว่าฉันชื่อเจียงเฉิน แต่ฉันยังไม่รู้ชื่อเธอเลย”
รอยยิ้มสว่างไสวเบ่งบานบนใบหน้าของหลินหร่าน “ฉันชื่อหลิน…”
คำตอบของหลินหร่านถูกเสียงระเบิดกึกก้องกลบเสียก่อน เธอยังไม่ทันได้พูดซ้ำเป็นครั้งที่สอง ก็ไม่มีโอกาสเปล่งเสียงอีกเลย
ปีที่ 6 ของวันสิ้นโลก เกิดระเบิดครั้งใหญ่ในสถาบันวิจัยใต้ฐานจื่อกวง แรงระเบิดทำให้พื้นที่กว่าครึ่งของฐานจื่อกวงราบเป็นหน้ากลอง
เย่หลาน หัวหน้าฐานจื่อกวง ก็เสียชีวิตอย่างน่าเศร้าในเหตุระเบิดครั้งนี้
เหตุระเบิดสร้างความเสียหายแก่ฐานจื่อกวงอย่างหนัก หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ฐานจื่อกวงที่สูญเสียหัวหน้าและสิ่งปลูกสร้างพื้นฐานไปเกือบทั้งหมด ก็พินาศลงท่ามกลางฝูงซอมบี้มหึมา
——
“ฮือ ๆ ๆ!”
ดูเหมือนหลินหร่านจะฝันถึงเรื่องน่ากลัว หยาดน้ำตาใสสองหยดเกาะอยู่ที่หางตา
“พี่ ร้องไห้บ้าบออะไรเนี่ย?”
“พี่ รีบตื่นสิ!”
“เพียะ ๆ ๆ!”
“พี่ แค่อกหักเอง ทำไมถึงฝันร้ายจนร้องไห้ขนาดนี้ล่ะ!”
แก้มงามของหลินหร่านที่ยังหลับอยู่เจ็บแปลบ นี่มันตัวบ้าที่ไหนกล้าตบหน้าเธอ? เธอตวัดมือตบคนที่ทำร้ายเธอโดยสัญชาตญาณ
“โอ๊ย!”
หลินหร่านลืมตาคมกริบขึ้นทันที แล้วเห็นน้องชายนั่งอยู่บนพื้น มือกุมแก้ม มองเธออย่างน้อยใจ
แก้มขวาของหลินเจ๋อแดงจนน่าตกใจ ดวงตาชุ่มประกายเจ็บปวด
เธอมองมือตัวเองอย่างงุนงง สัมผัสเมื่อครู่สมจริงเหลือเกิน
สมจริงจนไม่เหมือนฝัน
เดี๋ยวก่อน!
หรือว่านี่จะไม่ใช่ความฝันจริง ๆ?
เมื่อคิดได้เช่นนั้น หลินหร่านก็สั่นไปทั้งตัวด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะรีบร้อนหาทางพิสูจน์เรื่องนี้ แต่จะทำอย่างไรดี?
นึกออกแล้ว
ใคร ๆ ก็พูดกันว่าคนในฝันจะไม่เจ็บไม่ใช่หรือ?
ถ้าอย่างนั้น…ทดสอบอีกทีดีไหม
คิดได้ดังนั้น หลินหร่านก็มองคนที่นั่งอยู่บนพื้นอีกครั้ง สายตาของเธอทำให้หลินเจ๋อหดตัวด้วยความกลัว
“พี่จะทำอะไร? พี่จะทำร้ายผมอีกไม่ได้นะ ผมจะไปฟ้องแม่ แม่ไม่…”
“โอ๊ย!”
ยังพูดไม่ทันจบ แก้มซ้ายของเจ้าคนโชคร้ายอย่างหลินเจ๋อก็แดงขึ้นมาอีกข้าง
