พ่อบ้านอู๋กล่าวว่า “ใช่ครับ เรื่องเป็นแบบนี้ หัวหน้าหลู่ฝากรองหัวหน้าฐานที่มั่นเซี่ยมาบอกคุณว่า เขารอคุณอยู่ข้างนอกฐานที่มั่น จะได้ไปหาของด้วยกัน”
หลินหร่านชะงัก “หัวหน้าหลู่? หลู่อี้เจ๋อ เขากลับมาแล้วเหรอ?”
พ่อบ้านอู๋ยิ้ม “ก็ประมาณนั้นครับ”
หลินหร่านขมวดคิ้ว “ประมาณนั้นหมายความว่ายังไง?”
“ฮ่า ๆ เรื่องเป็นแบบนี้ครับ
เดิมทีหัวหน้าหลู่กลับมาพร้อมรองหัวหน้าฐานที่มั่นของเรา แต่พอมาถึงหน้าฐานที่มั่น จู่ ๆ เขาก็บอกว่ายังมีธุระต้องจัดการข้างนอก เลยยังไม่กลับเข้ามา
เขายังฝากรองหัวหน้าฐานที่มั่นของเรามาบอกคุณว่า เขาพบของที่คุณต้องการแล้ว
ให้คุณไปหาเขาที่จุดนัดพบเก่าข้างนอกฐานที่มั่น เขาจะพาคุณไปหา
เพราะรับปากเขาไว้ พอกลับถึงบ้านรองหัวหน้าฐานที่มั่นก็ส่งผมมาบอกคุณครับ
หัวหน้าทีมหลินได้รับข่าวแล้ว ก็รีบไปสมทบกับหัวหน้าหลู่หน่อยนะครับ”
หลินหร่านกล่าวว่า “ได้ ขอบคุณที่มาบอกนะ”
พ่อบ้านอู๋ถูกบรรยากาศกดดันของหลินหร่านทำเอาตกใจ รู้ว่าตัวเองคงเอาเปรียบเธอไม่ได้
พอบอกข่าวเสร็จก็รีบจากไป
หลินหร่านปิดประตู แม่หลินกับพ่อหลินที่แอบฟังอยู่ข้าง ๆ ก็รีบเข้ามาหา
แม่หลินถามว่า “หร่านหร่าน ชายอ้วนแซ่อู๋หมายความว่ายังไงกันแน่?
หลู่อี้เจ๋อกลับมาแล้วหรือยัง แล้วเขาเรียกลูกไปหาเพราะอะไร?”
หลินหร่านยิ้มเจื่อน “หนูก็ไม่ค่อยรู้เหมือนกัน หนูไม่ได้ขอให้หลู่อี้เจ๋อช่วยหาของอะไรเลย”
พ่อหลินถามว่า “หรือคนพวกนั้นจะรู้อะไรเข้า แล้วอาศัยหลู่อี้เจ๋อมาหลอกลูก ตั้งใจล่อลูกออกจากฐานที่มั่น?”
