ลานบ้านตระกูลหลินกลับมาครึกครื้นอีกครั้ง หลังจากเงียบเหงานานแสนนาน
ต้าหวง เยว่อิ่ง และเจ้าแมวน้อยนั่งยอง ๆ กินขนมไหว้พระจันทร์ของตัวเองอยู่บนพื้น
ดวงจันทร์บนฟ้ากลมโต กลิ่นหอมละมุนของสุราดอกหอมหมื่นลี้ลอยอบอวลไปทั่วลานบ้าน
คุณปู่เจียงเผลอฮัมเพลงสมัยหนุ่ม ๆ ขึ้นมา ทำเอาพ่อหลินอดเคาะจังหวะตามไม่ได้
“ฉันก็ว่าอยู่แล้วว่าคืนนี้ขาดอะไรไปสักอย่าง ปกติช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์ก็ต้องดูงานฉลองกันนี่นา เสียดายปีนี้คงไม่ได้ดูแล้ว แต่เพลงที่ลุงเจียงร้องก็ไม่เลวเลย”
วันนี้คุณปู่เจียงอารมณ์ดี จึงดื่มไปหลายแก้ว ฤทธิ์สุราทำให้ใบหน้าแดงก่ำ เขาหัวเราะพลางกล่าวว่า “ขอบคุณทุกคนที่ชอบนะ ฮ่า ๆ
พวกเธอว่าแปลกไหม ทั้งที่นี่เป็นวันสิ้นโลก แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าได้ใช้ชีวิตกับพวกเธอแล้วสบายใจกว่าตอนอยู่คฤหาสน์หลังใหญ่ในเมืองอวิ๋นตูเสียอีก?”
พ่อหลินยิ้มตอบ “เขาว่ากันว่าอยู่กับคนที่ใช่ ชีวิตก็มีความสุข แสดงว่าพวกเรามีวาสนาต่อกัน พวกเรานี่แหละคนที่ใช่”
คุณปู่เจียงเห็นด้วยอย่างยิ่ง
ก็จริงอย่างที่ว่าไหมล่ะ?
ครอบครัวแสนอบอุ่นกลมเกลียวแบบนี้ ดีกว่าครอบครัวที่ดูหรูหรางดงามแต่ต่างคนต่างมีแผนในใจของเขามากนัก
นับว่าเขาได้พบคนที่ใช่แล้วจริง ๆ
คืนนี้หลินเจ๋อพูดน้อยอย่างที่หาได้ยาก เขาดื่มเหล้าไม่ได้ งั้นก็กินให้มากหน่อยแล้วกัน
บนโต๊ะอาหาร คนที่กินจุมากที่สุดมีแค่เขากับเจียงเฉิน กินขนมไหว้พระจันทร์เสร็จก็กินปู กินปูเสร็จก็กินผลไม้ กินผลไม้เสร็จก็ดื่มโคล่า
