“พี่ ในที่สุดก็กลับมาสักที”
พอหลินเจ๋อเห็นหลินหร่านกับคนอื่น ๆ กลับมา สีหน้าก็เปี่ยมความยินดีราวกับเห็นผู้ช่วยชีวิต
บรรยากาศในห้องนั่งเล่นที่ตึงเครียดราวกับพร้อมปะทุ พลันคลายลงเมื่อได้ยินเสียงว่ากลับมาแล้ว
ทันทีที่เจียงเฉินหันกลับมาสบตาหลินหร่าน สีแดงเข้มดุจโลหิตในดวงตาก็จางหายไป แทนที่ด้วยแววตาน้อยใจอย่างลึกล้ำ
หลินหร่านแทบคลั่ง เธอเห็นสีหน้าแบบนี้บนใบหน้าเจียงเฉินอีกแล้ว
เขาดูราวกับลูกหมาที่ถูกเจ้าของทอดทิ้ง ทั้งเศร้าและหงอยเหงา เจียงเฉินแทบจะมาถึงข้างกายหลินหร่านในทันที ก่อนจะกวาดตามองเธอขึ้นลงอย่างละเอียด
ราวกับกำลังถามว่า เมื่อกี้เธอไปไหนมา ทำไมถึงหายไป แล้วเป็นอะไรหรือเปล่า
หลินหร่านหันไปมองกลุ่มญาติสนิทของตัวเองอย่างทำอะไรไม่ถูก “เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
หลินเจ๋อยักไหล่อย่างจนใจ “หลังจากพี่หายไป เขาก็คลั่งไปเลย ทำท่าเหมือนจะกินคน พวกเราตกใจกันแทบแย่
“ยังดีที่แม่รีบอธิบายว่าพี่เข้าไปในมิติส่วนตัว ไม่ได้ตกอยู่ในอันตราย เขาถึงยั้งมือไว้ได้”
หลินหร่านปวดหัวขึ้นมาเล็กน้อย ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าเจียงเฉินกำลังเกาะติดเธอไม่ยอมปล่อยนะ
แต่ยังดีที่เขาดูเหมือนจะพอมีสติอยู่บ้าง ไม่ได้คลุ้มคลั่งลงมือสุ่มสี่สุ่มห้า
หลินหร่านตัดสินใจว่า ต่อไปไม่ว่าจะไปไหน เธอควรพาเจ้าตัวแปรที่คาดเดาไม่ได้คนนี้ติดตัวไว้ตลอด
หลินหร่านคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนอธิบายกับเจียงเฉินอย่างจริงจัง “เจียงเฉิน เมื่อกี้ฉัน...เข้าไปในมิติส่วนตัว เลยหายไปพักหนึ่ง พวกเขาเป็นครอบครัวของฉัน อยู่กับพวกเขาแล้วนายปลอดภัย
