ชายหัวโล้นรู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลัง นึกเสียใจว่าทำไมตัวเองถึงปากมากอีกแล้ว
อยากตายหรือไง?
เขาปรับสีหน้า ก่อนฝืนยิ้มตอบว่า “งั้นก็ไม่ต้องแล้ว เยว่เยว่ ข้างล่างมีซอมบี้เหลือไม่มากแล้ว เราจะลงไปไหม?”
เฉียวเยว่ลูบคอตุ๊กตา ยิ้มอย่างน่าขนลุก “อืม ลงไปกันเถอะ ฉันแทบรอไม่ไหวแล้วที่จะไปหาของเล่นของฉัน
ถ้าไปช้าแล้วเธอถูกซอมบี้กินเสียก่อน คงหมดสนุกพอดี”
พูดจบ เธอก็ก้าวลงไปชั้นล่าง
ชายหัวโล้นมองแผ่นหลังของเฉียวเยว่ แล้วปาดเหงื่อเย็นบนหน้าผาก รู้สึกว่าวันนี้ตัวเองรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด
เด็กสาวคนนี้ยิ่งบ้าขึ้นทุกวัน
รู้อย่างนี้ไม่น่าปล่อยให้เธอเข้ากลุ่มตั้งแต่แรก เขากับหม่าเสี่ยวเหว่ยเคยนึกว่าเธอเป็นเด็กสาวหัวอ่อน ใครจะคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงโรคจิตที่อารมณ์แปรปรวนเอาแน่เอานอนไม่ได้
ต่อจากนี้ขออย่าให้มีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นอีกเลย
หม่าเสี่ยวเหว่ยหอบหายใจ หลบอยู่ในตรอกแห่งหนึ่ง
ในที่สุดก็ไม่มีซอมบี้ไล่ตามมาแล้ว
ทันใดนั้นเขาก็เห็นแผ่นหลังที่คุ้นตา จิตใจพลันฮึกเหิมขึ้นมา
หม่าเสี่ยวเหว่ยถึงกับรู้สึกว่าบาดแผลบนตัวไม่เจ็บแล้ว ช่างได้มาโดยไม่ต้องออกแรงจริง ๆ ครอบครัวของหลินหร่านปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเขาพอดี
บัดซบ อุตส่าห์ลำบากมามากมาย จับหลินหร่านได้ก็คุ้มแล้ว
เอาชีวิตเธอไปแลกเสบียงกับเซี่ยหว่านหรู ก็พอให้เขาใช้ชีวิตสุขสบายในฐานที่มั่นได้อีกพักใหญ่
พวกหลินหร่านเข้าไปในบ้านว่างหลังหนึ่งชั่วคราว หลินเจ๋อพาต้าหวงไปด้วย แต่ไม่ได้รีบเข้าไป เพราะต้าหวงปวดฉี่
