“จื้อเฉิง ตอนนี้นายรู้สึกยังไงกับฐานที่มั่นของเรา?”
ลี่เซี่ยงถามอู๋จื้อเฉิง พลางไขว่ห้าง
อู๋จื้อเฉิงนึกถึงโศกนาฏกรรมที่พบเห็นในช่วงนี้ ก่อนตอบอย่างเดือดดาลว่า “การปกครองมืดมนเหลือเกิน โดยเฉพาะเขตดี ผู้คนใช้ชีวิตกันอย่างยากลำบาก
ฆ่าคน ปล้น ชำแหละขายมนุษย์ หรือคนหาย ล้วนเกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติ รากฐานของฐานที่มั่นแห่งนี้ผุพังไปหมดแล้ว“
ลี่เซี่ยงถอนหายใจ “นั่นสิ พวกผู้มีอำนาจระดับสูงเอาแต่กินดื่มเที่ยวเล่น
คนธรรมดาถูกบีบจนต้องขายลูกชายลูกสาว แลกได้แค่แครกเกอร์อัดแท่งไม่กี่ชิ้น ในยุคนี้หลายคนมีชีวิตอยู่ไม่สู้ตาย
ไม่มีใครเห็นคนเป็นคน ทุกคนใช้ชีวิตอย่างไร้ศักดิ์ศรี
นี่แหละวันสิ้นโลก“
อู๋จื้อเฉิงกำหมัดแน่นเมื่อได้ยิน “บางครั้งผมก็แค้นเหลือเกิน หัวหน้า ถ้าท่านผู้บัญชาการคนเก่าของเรายังอยู่ ทุกคนคงไม่ต้องใช้ชีวิตแบบนี้”
แววตาของหลู่อี้เจ๋อมืดลงฉับพลัน
ใช่แล้ว
ถ้าเขายังอยู่ ฐานสันติภาพคงไม่กลายเป็นแบบนี้แน่
พอพูดจบ อู๋จื้อเฉิงก็เพิ่งรู้ตัวว่าพูดผิด
ทำไมถึงพูดถึงท่านผู้บัญชาการคนเก่าต่อหน้าหัวหน้าได้
สมควรตายจริง ๆ
อู๋จื้อเฉิงก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิด
จู่ ๆ มือแข็งแรงข้างหนึ่งก็ตบลงบนไหล่อู๋จื้อเฉิง “จื้อเฉิง ไม่รู้ว่าตอนนี้พวกนายยังกล้าพลิกฟ้าดิน เปลี่ยนตะวันจันทราให้เป็นวันใหม่หรือเปล่า”
