เป็นอย่างที่หลินเจ๋อบอก การเดินทางของพวกเขาไม่มีจุดหมายที่แน่นอน
เขาออกเดินทางเพื่อผจญภัย
ส่วนหรงเหมยก็แค่อยากหาอะไรสนุก ๆ ทำ
พวกเขาขับรถมุ่งหน้าไปไกล ระหว่างทางผ่านเมืองอวิ๋นตูเป็นแห่งแรก
ที่นี่มีอาคารถูกแผ่นดินไหวทำลายจนพังยับเยิน หลินเจ๋อพบบ้านเก่าของพวกเขาที่นี่
หรงเหมยเองก็พบบ้านหลังเดิมที่เธอเคยอยู่กับพี่ชาย
เมื่อเห็นอาคารที่พังทลาย ทั้งคู่ก็สัมผัสได้อย่างลึกซึ้งว่าอะไรคือสิ่งที่เปลี่ยนไปจนไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
จากนั้นพวกเขาก็มุ่งหน้าไปทางเหนือเรื่อย ๆ
พวกเขาตื่นแต่เช้าไปดูพระอาทิตย์ขึ้น
ไปดูทะเลทราย
ไปเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่เคยไปมาก่อน และเคยมีอยู่เพียงในหนังสือเรียน
แม้สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งจะถูกแผ่นดินไหวทำลายไปแล้ว แต่ก็ยังพอมองเห็นความรุ่งเรืองในอดีตจากผนังที่แตกร้าวและอาคารที่ยังไม่พังลงมาเสียทีเดียว
ชั่วขณะนั้น หลินเจ๋อได้เข้าใจถึงความแปรเปลี่ยนของกาลเวลา
เวลาเพียงพริบตาก็ผ่านไปหนึ่งเดือน
น่าแปลกที่ไม่ว่าจะเป็นเขาหรือหรงเหมย
คนในครอบครัวต่างก็ไม่มีใครตำหนิเรื่องที่พวกเขาจู่ ๆ ก็ออกผจญภัย
ถึงขั้นที่พี่สาวแท้ ๆ ของเขายังสนับสนุนเต็มที่
หลินหร่านบอกให้เขาเที่ยวให้สนุก ทางบ้านมีเธอคอยดูแลอยู่
แค่ดูแลหรงเหมยให้ดีก็พอ
แล้วก็อย่าลืมว่าเดือนหน้าอย่าออกไปเที่ยวกลางแจ้งเด็ดขาด
ให้อยู่ในเมือง
เพราะช่วงกลางคืนยาวนานกำลังจะมาถึง
แต่คนหนุ่มสาวน่ะนะ มักไม่ยอมฟังคำเตือนกันง่าย ๆ
หลายเรื่อง คนอื่นพูดไปก็เท่านั้น
ต้องเจอกับตัวเองก่อน ถึงจะรู้จักเสียใจ
หลายปีต่อมา หลินเจ๋อยังคงจำเรื่องราวน่าตื่นตะลึงที่เกิดขึ้นระหว่างการผจญภัยครั้งนี้ได้อย่างชัดเจน
