ในยุคที่ระเบียบสังคมพังทลาย คนที่ยังยึดมั่นในปณิธานเดิมได้ อาจเหลือเพียงทหารบางกลุ่มเท่านั้น
การปกป้องบ้านเมืองเป็นสิ่งที่ฝังลึกอยู่ในสายเลือดของพวกเขา
น่าเสียดายที่ผู้มีอำนาจในฐานสันติภาพแห่งนี้ไม่ใช่คนจากเขตทหารอีกต่อไปแล้ว
มีหลายเรื่องที่เขาพูดตรง ๆ ไม่ได้ ทำได้เพียงเตือนเธอเป็นนัย
หลินหร่านซาบซึ้งในน้ำใจของเขา แต่ตอนนี้เธอกลับสนใจฐานแห่งนี้มากขึ้นกว่าเดิม
เขตดี... พอเข้าไปได้แล้ว เธอต้องลองบุกเข้าไปดูสักครั้ง
หลินหร่านได้คำตอบในใจแล้ว จึงปั่นจักรยานกลับไปหาพวกเจียงเฉิน
“พี่ ในที่สุดก็กลับมาแล้ว ทางนั้นเป็นยังไงบ้าง?”
พอเห็นหลินหร่านกลับมา หลินเจ๋อก็ดีใจยิ่งกว่าใคร
ถ้าพี่ยังไม่กลับมาอีก ซอมบี้ข้าง ๆ นี่คงแผ่ไอเย็นจนเขาแข็งตายไปแล้ว
แค่แยกกันไป 30 นาทีเอง ไม่ใช่ 3 ปีเสียหน่อย
จำเป็นต้องเป็นขนาดนี้เลยเหรอ?
สมกับคำพูดที่ว่า ผู้ชายมีความรักมักมีสติปัญญาเป็นศูนย์จริง ๆ
ทันทีที่หลินหร่านลงจากรถ เจียงเฉินก็ยัดอมยิ้มแท่งหนึ่งใส่มือเธอ
รสมะม่วงที่เขาชอบที่สุด หร่านหร่านต้องชอบกินแน่
หลินหร่านยิ้มให้เจียงเฉิน ก่อนพูดอู้อี้เพราะอมลูกอมอยู่ในปาก “ไม่มีปัญหาใหญ่ กลับไปรับพ่อแม่ก่อน แล้วให้คุณปู่เจียงกับคนอื่น ๆ มาที่นี่เถอะ”
สถานการณ์ในฐานสันติภาพซับซ้อนกว่าที่เธอคิดไว้เสียอีก
แต่เธอกลัวแค่ว่ามันจะไม่ซับซ้อนพอ เพราะที่นี่อาจมีสถาบันวิจัยอยู่แล้วก็ได้
ตามหามันให้เจอ แล้วทำลายทิ้ง นี่คืออีกหนึ่งความยึดมั่นของหลินหร่าน นับตั้งแต่ได้กลับมาเกิดใหม่
