หลินหร่านเห็นภาพตรงหน้า ก็หันไปมองเย่หลานทันที
เป็นอย่างที่คิด ใบหน้าของเขาคล้ำลงแล้ว
ฮ่า ๆ ดูท่าเซี่ยหว่านหรูจะไม่ได้มีแค่นายคนเดียวสินะ
เย่หลาน นายช่างน่าสงสารจริง ๆ
เลี่ยหยางยิ้มกว้าง “น้องหว่านหรู พี่ก็คิดถึงเธอเหมือนกัน”
“พ่อบอกว่านายจะกลับมาพรุ่งนี้ไม่ใช่เหรอ? ทำไมวันนี้ถึงกลับมาแล้วล่ะ?”
เลี่ยหยางเหลือบมองหรงหานแล้วตอบว่า “ก็เพราะคิดถึงเธอน่ะสิ อีกอย่าง ถ้าฉันไม่กลับมา ภารกิจนี้จะทำยังไง?
หัวหน้าหรงคนเดียวคงรับมือไม่ไหวหรอกมั้ง
ตอนฉันไปพบคุณลุงเซี่ย เขายังไม่อยากรับภารกิจนี้เลย”
หัวหน้าหรงหานไม่อยากรับภารกิจนี้งั้นเหรอ?
คนรอบข้างได้ยินแล้วต่างงุนงง
ภารกิจนี้เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของผู้คนในฐานที่มั่นเชียวนะ
หลายคนแทบไม่ได้กินเนื้อมานานแล้ว ถ้าเริ่มเลี้ยงสัตว์ได้สำเร็จ จะเป็นเรื่องดีแค่ไหนกัน
หัวหน้าทีมหรงหานเป็นถึงหัวหน้าทีมที่หนึ่งของฐานที่มั่น จะไม่ไปได้ยังไง?
หรงหานได้ยินเลี่ยหยางจงใจแฉเรื่องของตัวเอง ก็ไม่ได้แก้ตัว
เพียงตวัดสายตาเย็นชาไปมองเลี่ยหยาง
แต่เลี่ยหยางไม่กลัวเขาเลยสักนิด
เลี่ยหยางยิ้มเยาะใส่หรงหาน “แต่หัวหน้าหรงก็เป็นคนมีเหตุผลอยู่หรอก สุดท้ายก็ยังตอบตกลง
คราวนี้พวกเราต้องแข่งกันให้เต็มที่แล้วนะ หัวหน้าหรง
บางทีพอกลับมา ทีมของฉันอาจกลายเป็นทีมที่หนึ่งของฐานที่มั่นก็ได้
ถึงตอนนั้นฉันคงต้องดึงน้องหว่านหรูมาอยู่ทีมฉันแล้ว หัวหน้าหรงอย่าเสียดายไปล่ะ”
เซี่ยหว่านหรูได้ยินแล้วก็ยิ้มกว้างกว่าเดิม แม้ไม่ได้พูดอะไร แต่สีหน้าก็บอกชัดว่าเต็มใจ
