ทุกคนหยุดฝีเท้าแล้วมองไปยังแนวกำแพงด้านหน้า ห่างออกไปราว 10 เมตร ตรงนั้นมีส่วนที่พังเสียหายอยู่จริง ๆ
ช่องตรงนั้นกว้างพอให้รถยนต์คันเล็กขับผ่านได้สบาย
หลินหร่านมองเด็ก ๆ ครึ่งคนครึ่งแมลงแล้วรู้สึกปวดใจ
พวกเขาเคยเป็นแก้วตาดวงใจของพ่อแม่แท้ ๆ แต่กลับต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้เพราะความพลิกผันในวันสิ้นโลก
เธอขมวดคิ้ว แล้วคิดว่าตัวเองยังพอช่วยอะไรพวกเขาได้อีกบ้าง
เธอย่อตัวลงมองเด็ก ๆ ก่อนเอ่ยว่า “เด็ก ๆ พอออกไปจากที่นี่แล้ว เส้นทางข้างหน้าต้องเดินด้วยตัวเองนะ
พี่หวังว่าพวกเธอจะสามัคคีกัน เข้มแข็ง และมีชีวิตรอดต่อไป”
“พี่สาว ไม่ว่าจะยากลำบากแค่ไหน พวกเราก็จะพยายามมีชีวิตรอดต่อไปให้ได้”
“พี่สาว ขอบคุณพวกพี่นะ วางใจได้เลย พวกเราจะเข้มแข็ง”
เด็ก ๆ กะพริบตาเป็นประกาย มองหลินหร่านแล้วตอบอย่างจริงจัง
หลินหร่านหยิบถุงใบหนึ่งออกจากเป้ แล้วยื่นให้เด็กคนหนึ่ง
“ในนี้มีขนมปังกับแก่นคริสตัลอีกหลายก้อน พวกเธอใช้แก่นคริสตัลเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวเองได้
พี่ช่วยพวกเธอได้แค่นี้ ต่อจากนี้ก็ดูแลตัวเองให้ดี!”
ขณะพูด น้ำเสียงของหลินหร่านเจือความเศร้าอยู่เล็กน้อย
เธอคิดว่าตัวเองคงใจแข็งเป็นหินไปนานแล้ว แต่เมื่อเป็นเด็ก ๆ ที่ถูกใช้เป็นหนูทดลองเหมือนกัน เธอกลับทำใจไม่ให้รู้สึกเห็นอกเห็นใจไม่ได้
เธอได้แต่หวังว่าพวกเขาจะอยู่รอดปลอดภัยไปพร้อมกับเพื่อน ๆ
จางฮวนเดินเข้ามาเพื่อกล่าวลาเด็ก ๆ ด้วยเช่นกัน
“เด็ก ๆ พอออกไปแล้วต้องระวังตัวให้ดี ซ่อนอยู่ในป่าทึบ ใช้พลังพิเศษป้องกันตัว ขอให้ทุกคนมีชีวิตรอดต่อไปอย่างปลอดภัยนะ”
“เข้าใจแล้ว พี่สาว พี่ชาย ผมชื่อเสี่ยวเฉียง ผมจะจดจำบุญคุณของพวกพี่ไว้”
