ซู่อุ้มเธอขึ้นไปยังดาดฟ้าบนสุดของฐาน ที่นี่ลมแรงมาก
ลมเย็นที่แทรกด้วยความหนาวของค่ำคืนพัดผมยาวของเธอขึ้นจนปลิวกระจาย ปะทะใบหน้าจนยุ่งเหยิง แต่เมื่อเทียบกับอุณหภูมิร้อนระอุจากร่างของชายหนุ่ม ความหนาวเย็นนี้ดูเล็กน้อยไปถนัดใจ
ตรงมุมหนึ่งมีกล้องโทรทรรศน์ดาราศาสตร์ เขาวางเธอลงบนเก้าอี้สูง แล้วเริ่มปรับระยะโฟกัสของกล้องและปรับกล้องเล็งดาว ขั้นตอนนี้ต้องใช้ความอดทน เขาใช้เวลาอยู่นาน
“เจอแล้ว”
ซู่หันกลับมา แสยะยิ้มให้เธอเห็นเขี้ยวแหลม ซูเหยาถูกเขาโอบอุ้มเข้าไปในอ้อมแขน แล้วแนบดวงตาเข้าใกล้เลนส์เพื่อสังเกต
สิ่งที่เห็นเป็นภาพเนบิวล่าสีสวยสด กลีบซ้อนกันหลายชั้นบานอ้า กลางเกสรคือดวงดาวนับไม่ถ้วนที่ส่องประกายแสงเจิดจ้า ราวกับเพชรกรวดแห่งทางช้างเผือกที่โปรยปรายสู่โลกมนุษย์
“นี่คือ NGC2237 หรืออีกชื่อว่าเนบิวลากุหลาบ”
น้ำเสียงทุ้มห้าวของซู่ดังขึ้นข้างหู
“อยู่ห่างจากดาวเคราะห์โลก 5200 ปีแสง ดวงดาวฤกษ์ที่ร้อนแรงจำนวนมากปลดปล่อยรังสีอัลตราไวโอเลตออกมา ทำให้แก๊สไฮโดรเจนที่อยู่รอบแตกตัวเป็นไอออนอย่างต่อเนื่อง จึงสามารถจุดแสงให้กลีบกุหลาบซ้อนทับกันแบบนี้ได้”
เนบิวลากุหลาบคือซุปเปอร์โนวาเปล่งแสงขนาดใหญ่ที่สุดที่มีความโรแมนติกมากที่สุดในจักรวาล มีเส้นผ่านศูนย์กลางเกิน 130 ปีแสง เปรียบเสมือนดอกกุหลาบที่ลอยล่องอยู่ในกาแล็กซีไม่มีวันโรยรา
“สวยไหม?”
ซูเหยาหันหน้ามา เอ่ยอย่างเสียไม่ได้ว่า “สวยมาก”
เธอไม่ได้เห็นดวงดาวมาเนิ่นนานแล้ว นับรวมปีที่เธอหลับใหลด้วย
“แต่ทำไมนายถึงพาฉันมาดูดาว?”
ผมสีแดงของซู่ปลิวสยายอย่างอิสระเพราะลม เขาพูดว่า “แม่เคยบอกว่า การพาคนที่ชอบมาดูดาวเป็นเรื่องที่โรแมนติกมาก”
ซูเหยาทำหน้าดูถูก “งั้นความชอบของนายก็ถูกมากเลยสิ”
เพิ่งมาอยู่ได้กี่วันเอง ก็ชอบแล้วนะ
เซนทิเนลขี้เล่นนี่
ซู่เหมือนฟังไม่ออกว่าคำไหนดีคำไหนร้าย เขาเถียงกลับด้วยสีหน้าจริงจัง
“เรื่องแบบว่าชอบ จะต้องแกล้งทำเป็นด้วยเหรอ?”
สำหรับเซนทิเนลแล้วไม่จำเป็นเลย
การรับรู้ของยีนก็เป็นแค่ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น
เขาก็แค่ชอบฟีโรโมนผู้นำทางของเธอ ชอบกลิ่นบนตัวเธอ ชอบท่าทางดุ ๆ ของเธอ แค่นั้นเอง
