องค์ชายสามคนอย่างอวิ๋นถิงต่างอยากแสดงความสามารถ
ในสายตาพวกเขา นี่คือบททดสอบที่เสด็จพ่อมอบให้อวิ๋นเจิง และเป็นบททดสอบสำหรับพวกเขาเช่นกัน
พอนึกถึงตำแหน่งองค์รัชทายาท ทั้งสามก็ราวกับได้รับแรงฮึดขึ้นมา
พวกเขาควบม้านำหน้าแทบจะพร้อมกัน
ไม่นาน พวกเขาก็พบเกราะที่ถูกทิ้งไว้บนพื้น
เมื่อไล่ตามไปอีกสองลี้ ภูเขาลูกหนึ่งก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า
มีรอยเท้าอยู่ประปรายตรงทางไปยังภูเขา ทว่ารอยกีบม้ากลับมุ่งไปอีกทางหนึ่ง และยังมีเกราะทิ้งไว้อีกมากตามทิศทางนั้น
เมื่อมองทางทั้งสองสาย ทั้งสามต่างจมอยู่ในห้วงความคิด
เห็นได้ชัดว่าอวิ๋นเจิงกับพวกกำลังสร้างกลลวง
แต่ในยามนี้ พวกเขายังไม่แน่ใจว่าอวิ๋นเจิงอยู่ทางใดกันแน่
ขณะที่ทั้งสามกำลังลังเล จู่ ๆ ฝูงนกก็แตกตื่นบินขึ้นจากภูเขาไม่ไกลนัก ครั้นเงยหน้ามอง ยังเห็นเงาไม้ไหวเอน
“แบ่งกำลังไล่ตาม!”
องค์ชายรองตัดสินใจฉับไว ชี้ไปทางรอยกีบม้าแล้วกล่าวว่า “น้องห้า เจ้าไล่ตามไปทางนี้ น้องสี่พาคนค้นหาโดยรอบ ข้าจะพาคนเข้าไปสำรวจในภูเขา!”
“พี่รอง ข้าว่าท่านไปไล่ตามทางนั้นดีกว่า!”
องค์ชายห้ากล่าวด้วยรอยยิ้มที่ไม่ถึงดวงตา “ข้าจะพาคนเข้าไปตรวจดูในภูเขา!”
เห็นได้ชัดว่าองค์ชายหกมีโอกาสซ่อนตัวอยู่ในภูเขามากกว่า
พวกเขามีทหารม้าไม่ถึงสามสิบคน หากไม่หาที่ซ่อน ภายใต้การไล่ล่าปิดล้อมของทหารม้าสามพันนาย ย่อมไม่มีทางหนีรอด
หากเป็นเขา เขาก็คงเลือกหลบเข้าไปในภูเขาเช่นกัน
ถึงอย่างไร คนก็เข้าไปในป่าได้ แต่ม้าเข้าไปไม่ได้
