เสิ่นลั่วเยี่ยนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตบหน้าผากฉาดขึ้นมา
“ข้าคิดวิธีได้แล้ว!”
เสิ่นลั่วเยี่ยนหัวเราะลั่น
“วิธีใด?”
อวิ๋นเจิงรีบถาม ดวงตาเปี่ยมด้วยความคาดหวัง
เสิ่นลั่วเยี่ยนยิ้มอย่างได้ใจ แล้วกล่าวทันทีว่า “เราหาทางล่อทหารไล่ตามขึ้นไปบนเขา พวกเขาย่อมขี่ม้าขึ้นเขาไม่ได้! ถึงเวลานั้น ม้าจำนวนมากต้องว่างอยู่แน่! ขอเพียงเราซุ่มอยู่ก่อนโดยไม่ให้พวกเขาพบ ก็จะฉวยโอกาสตอนที่คนเฝ้ามีน้อย บุกออกไปจู่โจมอย่างกะทันหัน...”
เสิ่นลั่วเยี่ยนกล่าวแผนการของตนให้ทุกคนฟังอย่างกระตือรือร้น
เมื่อได้ฟังแผนการของเสิ่นลั่วเยี่ยน ดวงตาของทุกคนพลันเป็นประกาย อวิ๋นเจิงเองก็คลายใจลงในที่สุด
สตรีผู้นี้ อย่างน้อยก็ไม่ทำให้ชื่อเสียงทายาทตระกูลแม่ทัพต้องมัวหมอง
เมื่อมีแผนแล้ว ต่อไปก็ต้องปรับให้รัดกุม
การล่อทหารไล่ตามขึ้นไปบนเขานั้น แท้จริงแล้วไม่ยาก
สิ่งสำคัญคือพวกเขาจะหลบเลี่ยงการลาดตระเวนของทหารไล่ตามอย่างไร ให้ฝ่ายนั้นเข้าใจผิดว่าพวกเขาหนีเข้าไปในเขาทั้งหมด จนประมาทและส่งกำลังส่วนใหญ่เข้าไปค้นหาร่องรอยในเขา เปิดโอกาสให้พวกเขาชิงม้าได้
เรื่องนี้อวิ๋นเจิงเองก็ยังคิดไม่ออก
เขามีวิธีอยู่ เพียงแต่ต้องดูภูมิประเทศโดยรอบเสียก่อน
หากรอบข้างไม่มีแม้แต่ที่ให้ซ่อนตัว ไม่ว่าวิธีใดก็ไร้ประโยชน์!
ระหว่างที่ทุกคนกำลังหารือกัน เกาเหอซึ่งออกไปสำรวจเส้นทางข้างหน้าก็ควบม้ากลับมารายงานว่า “ทางตะวันออกเฉียงใต้ห่างออกไปราวสิบลี้ มีภูเขาขนาดไม่เล็กอยู่ลูกหนึ่ง!”
