ภายในหุบเขา การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป
ตุยหลงหล่างรื่อพยายามนำทัพฝ่าวงล้อมออกไปหลายครั้ง แต่ก็ไม่สำเร็จ
ประการหนึ่งเป็นเพราะพวกเขาหนีติดต่อกันมาตลอดทาง ทั้งคนและม้าต่างอ่อนล้า กำลังรบจึงถดถอยลงไม่น้อย
แต่สาเหตุหลักยังคงเป็นเพราะอวิ๋นเจิงกับพวกนำทัพจู่โจมออกมาอย่างกะทันหัน ทำให้กองทัพศัตรูตั้งตัวไม่ทัน
ยามนี้ตุยหลงหล่างรื่อไม่อาจรวบรวมกำลังพลเพื่อโต้กลับกองทัพศัตรูได้เลย
ทหารจำนวนมากต่างหนีร่นไปเบื้องหน้า ท่ามกลางการบุกสังหารของข้าศึก จนลืมไปสนิทว่ายังมีกองทัพไล่ตามอยู่เบื้องหลัง
เมื่อเห็นทหารฝ่ายตนแตกพ่ายอย่างไร้ทิศทาง ตุยหลงหล่างรื่อก็สิ้นหวังในใจ
ฝ่าไปไม่ได้แล้ว!
ยามนี้มีแต่ต้องหนีไปทางด้านหลัง!
ฉวยโอกาสที่กองทัพไล่ตามจากด้านหลังยังมิได้โอบล้อมเข้ามา รีบฝ่าไปทางอื่นเสีย
“ถอยไปด้านหลัง! ถอยไปด้านหลัง!”
ตุยหลงหล่างรื่อตะโกนสุดเสียง พลางหนีไปด้านหลังภายใต้การคุ้มกันของทหารองครักษ์
“สังหารฝ่าไป!”
ฉินชีหู่เหวี่ยงพลองหนามหมาป่าฟาดศัตรูคนหนึ่งจนกระเด็น จากนั้นก็ตะโกนอย่างฮึกเหิมใส่ลู่ซิง “รีบนำคนไปตัดธงบัญชาการของศัตรูเสีย!”
“ตามข้ามา!”
ลู่ซิงตะโกนใส่ทหารถือธงที่อยู่ข้างกาย แล้วนำกำลังพุ่งเข้าหาธงบัญชาการของศัตรูทันที
เมื่อลู่ซิงเคลื่อนไหว ทหารกองทัพอาภรณ์โลหิตส่วนหนึ่งก็เริ่มบุกสังหารตามธงนำทัพของเขาไปทันที
เบื้องหลังพวกเขา ทหารม้าเป่ยหวนไล่สังหารทหารศัตรูที่แตกกระเจิงอย่างต่อเนื่อง
เจียเหยามิได้บุกสังหารอยู่แนวหน้า
นางเพียงถือคันธนูใหญ่อันวิจิตร คอยน้าวสายยิงธนูไม่หยุด
