ยามค่ำคืน เดิมทีอวิ๋นเจิงตั้งใจจะสั่งสอนเมี่ยวอินอย่างหนักในตำหนักบรรทมของหยวนซู่
น่าเสียดายที่มีผู้คนเข้ามารายงานกิจการต่าง ๆ ให้เขาฟังอยู่เป็นระยะ
เมื่อไร้ทางเลือก เขาจึงต้องพักเรื่องสั่งสอนเมี่ยวอินไว้ก่อน
ใกล้รุ่งสาง ตู๋กูเช่อก็มาหา
เพลิงใหญ่ทั่วทั้งเมืองถูกดับลงหมดแล้ว พวกเขายึดการป้องกันเมืองไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ทหารที่ยอมจำนนส่วนใหญ่ถูกยึดอาวุธและเกราะ แล้วควบคุมตัวไว้รวมกัน
พวกเขายังสอบสวนทหารรักษาวังที่ยอมจำนนบางส่วน จนทราบกระบวนการสังหารหยวนซู่ทั้งหมด
ผู้ที่มีความดีความชอบมากที่สุดในการสังหารหยวนซู่ ได้แก่ จี้เหมี่ยว เหยาชั่ว และซาเฉิง
เหยาชั่วกับซาเฉิงฉวยโอกาสที่หยวนซู่หลับ ใช้ผ้าปิดจมูกปิดปากจนเขาขาดใจตาย จากนั้นเหยาชั่วก็แอบอ้างพระบัญชาของหยวนซู่ สั่งย้ายทหารรักษาวังมากกว่าครึ่งไปจับเถียนถง ผู้ดูแลรักษาเมือง แล้วจัดคนสนิทของจี้เหมี่ยวเข้ารับตำแหน่งแทนเถียนถง
ต่อมา พวกเขาอาศัยนามของหยวนซู่เรียกขุนนางในราชสำนักมาประชุม ฉวยโอกาสประหารขุนนางที่ไม่เห็นด้วยกับการยอมจำนน
ทว่าขุนนางเหล่านั้นมิได้ยอมยื่นคอรอความตาย หากยังลุกขึ้นต่อต้านอย่างสุดกำลัง
จากนั้นความวุ่นวายก็ปะทุขึ้นทั่วเมือง
โชคดีที่จี้เหมี่ยวกับพวกวางแผนไว้ล่วงหน้า จึงกุมชัยชนะเอาไว้ได้
เรื่องนี้มีจี้เหมี่ยวเป็นผู้วางแผนหลัก ส่วนเหยาชั่วกับซาเฉิงเป็นผู้ลงมือ
ทว่าในความโกลาหล ซาเฉิงถูกทหารรักษาวังที่ภักดีต่อหยวนซู่สังหาร
เมื่อทราบเรื่องราวทั้งหมด อวิ๋นเจิงก็อดยิ้มออกมาไม่ได้
คิดไม่ถึงเลยว่าจี้เหมี่ยวจะเป็นคนมีความสามารถ
แผนการนั้นนับว่าดี เพียงแต่ยังไม่รัดกุมพอ
หากวางแผนให้รัดกุมกว่านี้ เมืองทั้งเมืองย่อมไม่จำเป็นต้องเกิดความวุ่นวายขึ้น
แต่เวลามีจำกัด พวกเขาวางแผนได้ถึงขั้นนี้ก็นับว่าไม่เลวแล้ว
