สองวันต่อมา อวิ๋นเจิงทิ้งตู๋กูเช่อไว้จัดการเรื่องหลังจากนี้ ส่วนตนเองนำทัพใหญ่แปดหมื่นนายออกเดินทาง มีกำลังพลในนามหนึ่งแสนนาย มุ่งหน้าสู่ป้อมซิงอานบริเวณชายแดนตอนใต้ของฉิวฉือ
ในกองทัพแปดหมื่นนายนี้ มีเพียงสองหมื่นนายที่เป็นทหารทัพเป่ยฝู่ อีกสองหมื่นนายเป็นกองทัพบริวารซึ่งขยายกำลังจากคนไม่กี่พันที่ถงกังนำทัพ
เรื่องนี้ต้องขอบคุณที่ก่อนหน้านี้ตู๋กูเช่อและพวกเขาบุกโจมตีกองทัพใหญ่ที่โหลวอี้นำทัพ จึงยึดอาวุธและเกราะมาได้ไม่น้อย
มิฉะนั้น พวกเขาคงรวบรวมกองทัพบริวารสองหมื่นนายไม่ได้
ส่วนที่เหลืออีกสี่หมื่นนายล้วนเป็นแรงงานที่ขนส่งเสบียงและสัมภาระ
ทว่าแรงงานเหล่านี้ล้วนเป็นชายฉกรรจ์
ยามจำเป็นก็สามารถคัดชายฉกรรจ์เข้ากองทัพได้ทุกเมื่อ
หยวนเหวยซึ่งเดิมถูกหยวนซู่จับเข้าคุกก็ถูกอวิ๋นเจิงพาตัวมาด้วย
ได้ยินจีเหมี่ยวบอกว่า หลี่เหวินโจว แม่ทัพรักษาป้อมซิงอาน เป็นคนสนิทของหยวนเหวย
หวังว่าหลี่เหวินโจวจะรู้จักกาลเทศะ อย่าบีบให้พวกเขาต้องใช้กำลังเลย!
หลังออกจากเมืองอวี้เฟิง อวิ๋นเจิงก็สั่งให้ฉินชีหู่พาทหารม้าสองพันนายคุมตัวหยวนเหวยไปพบลู่ซิงก่อน จากนั้นจึงมุ่งหน้าไปป้อมซิงอานเพื่อเกลี้ยกล่อมหลี่เหวินโจวให้ยอมจำนน
ป้อมซิงอานอยู่ห่างจากเมืองอวี้เฟิงราวสามร้อยลี้
เมื่อผ่านป้อมซิงอานไป เบื้องหน้าจะเป็นทะเลทรายโกบีที่ทอดจากเหนือจรดใต้ยาวเกือบร้อยลี้
ทะเลทรายโกบีผืนนี้ทอดตัวเป็นลูกคลื่นต่อเนื่องกัน กลายเป็นปราการธรรมชาติทางตอนใต้ของฉิวฉือ
หากคิดจะบุกเข้าไปในดินแดนของบรรดาเผ่าทางตะวันตกของทะเลทราย ก็ต้องข้ามทะเลทรายเวิ้งว้างผืนนั้น
ว่ากันว่าในทะเลทรายผืนนั้นหาน้ำไม่ได้เลย หลายปีก่อน ผู้ลี้ภัยจำนวนไม่น้อยที่หนีภัยสงครามมุ่งหน้าไปยังฉิวฉือต่างกระหายน้ำตายในดินแดนกันดารแห่งนั้น
