อวิ๋นเจิงอยู่ที่จวนจิงหยางห้าวัน
หลังเรียกเหล่าแม่ทัพคนสำคัญในกองทัพมาประชุมที่จวนจิงหยางแล้ว เขาจึงพาเมี่ยวอินกับกองทหารองครักษ์ออกจากจวนจิงหยาง
ก่อนหน้านี้เขาเสียเวลาไปหลายวันตอนเดินทางกลับจากกานถัง ครั้นกลับถึงจวนจิงหยางก็ยังเสียเวลาไปอีกหลายวัน
พอวุ่นวายเช่นนี้ วันส่งท้ายปีก็ยิ่งใกล้เข้ามา
ก่อนขึ้นปีใหม่ อย่างไรก็ต้องกลับซั่วฟางให้ทัน
ระหว่างทาง อวิ๋นเจิงเร่งเดินทางค่อนข้างมาก พอถึงจวิ้นซื่อฟาง เขาก็เจียดเวลาไปดูสถาบันวิจัยการช่างที่นั่นเป็นพิเศษหนึ่งวัน
บัดนี้สถาบันวิจัยการช่างก่อรูปเป็นกิจจะลักษณะแล้ว มีบุคลากรกว่าสามร้อยคนทำงานวิจัยและพัฒนาปรับปรุงเทคนิคการผลิตด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะ
ทว่าคนส่วนใหญ่ยังเป็นเพียงผู้ฝึกหัด มีช่างฝีมือชั้นครูอยู่เพียงส่วนน้อย
ครอบครัวของคนเหล่านี้ล้วนถูกส่งไปยังเมืองเล็ก ๆ รอบนอกสถาบันวิจัยการช่าง และตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นั่น
เมื่ออวิ๋นเจิงมาถึงสถาบันวิจัยการช่าง ย่อมต้องมอบรางวัลให้คนเหล่านี้
ขณะเดียวกัน เขายังหารือเรื่องเทคนิคด้านต่าง ๆ กับช่างฝีมือชั้นครูเหล่านั้นด้วย
แต่ก็ยังเป็นเช่นเดิม เขาจะเสนอแนวคิดและแนวทางให้ ส่วนจะทำให้สำเร็จได้อย่างไรนั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับฝีมือของช่างชั้นครูเหล่านี้
หลังผ่านด่านเป่ยลู่ อุณหภูมิก็ลดฮวบ หิมะบนเส้นทางหนาขึ้น พวกเขาจึงเดินทัพช้าลง
ก่อนฟ้ามืด พวกเขาก็มาถึงตำบลเล่ออาน
พูดให้ถูก บัดนี้ที่นี่ควรเรียกว่าเมืองเล่ออันแล้ว
หลังจากก่อสร้างมาเป็นเวลานาน เล่ออันก็มีรูปร่างของเมืองเล็ก ๆ อย่างสมบูรณ์
เพียงแต่กำแพงเมืองเล่ออันยังดูไม่เข้าทีอยู่บ้าง
กำแพงสูงเพียงสองจั้ง ทั้งยังไม่มีเชิงเทิน ดูราวกับก่อสร้างเล่น ๆ
แต่อวิ๋นเจิงรู้ดีว่า นี่เป็นการเว้นพื้นที่ไว้เพื่อก่อกำแพงให้สูงขึ้นในภายหลัง
