เจียเหยาทุกข์ทรมานยิ่งนัก
ทว่าอวิ๋นเจิงกลับเย็นชา
เสแสร้งเข้าไปเถิด!
ข้าจะคอยดูว่าเจ้าจะแสร้งได้อีกนานเพียงใด!
เมี่ยวอินมองเจียเหยาอย่างเคลือบแคลงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนขยับเข้าไปกระซิบข้างหูอวิ๋นเจิงว่า “อาการสูญเสียความทรงจำของนางดูไม่เหมือนเสแสร้งเลยนะ! ไม่แน่ว่านางอาจถูกกระทบกระเทือนจิตใจอย่างหนักจนสูญเสียความทรงจำจริง ๆ...”
“สตรีผู้นี้เจ้าเล่ห์เพทุบาย อย่าได้เชื่อนางง่าย ๆ”
อวิ๋นเจิงส่ายหน้าเบา ๆ แล้วหันไปมองเจียเหยาอย่างเฉยชา “พอได้แล้ว เลิกเสแสร้งเสียที! หากเจ้าคิดว่าเงื่อนไขของข้ายากจะยอมรับจริง ๆ เช่นนั้นก็ไปเถิด ข้ารับรองว่าจะไม่ขัดขวางเจ้า!”
“สามี... ท่านไม่ต้องการเจียเหยาแล้วหรือ?”
เจียเหยาเงยหน้าขึ้นฉับพลัน มองอวิ๋นเจิงอย่างน่าสงสาร “เจียเหยาไม่อยากแยกจากสามี!”
“ยังไม่เลิกอีกหรือ?”
สีหน้าอวิ๋นเจิงพลันเคร่งขรึม “ต้องให้ข้าฆ่าคนของพวกเจ้าสักสองสามคน เพื่อช่วยให้เจ้าฟื้นความทรงจำหรือไม่?”
บัดซบ!
สตรีผู้นี้เสแสร้งได้เหมือนจริงยิ่งนัก!
หากไม่ใช่เพราะเขารู้ว่าเจียเหยาเจ้าเล่ห์เพทุบาย เขาคงเชื่อนางไปแล้ว!
เห็นสีหน้าอวิ๋นเจิงไม่สู้ดี เจียเหยาก็มองเขาอย่างหวาดหวั่น ก่อนวิงวอนด้วยท่าทางน่าสงสารอีกครั้ง “สามี อย่าทอดทิ้งเจียเหยาได้หรือไม่? สามี...”
เจียเหยาออดอ้อนเสียงอ่อนโยน แสดงท่าทางน่าเวทนาจับใจ
เมื่อเห็นเจียเหยาเป็นเช่นนี้ ฉินชีหู่และคนอื่น ๆ ที่ได้ยินข่าวแล้วตามมาก็พากันตะลึงงัน
คู่สามีภรรยาคู่นี้กำลังทำอะไรกันอยู่?
เหตุใดเจียเหยาจึงสูญเสียความทรงจำอีกแล้ว?
