เมื่อเห็นเจียเหยาหมดสติหลังกระอักเลือด อวิ๋นเจิงก็อดถอนหายใจอย่างจนปัญญาไม่ได้
สตรีผู้นี้นี่นะ!
ยังมองสถานการณ์ไม่กระจ่างอีกหรือ
แน่นอนว่าเขาเข้าใจเจียเหยาได้
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังต้องทำเช่นนี้!
คำเดิมนั่นแหละ ความเมตตาต่อศัตรู ก็คือความโหดร้ายต่อตนเอง
อวิ๋นเจิงสั่งให้คนพาเจียเหยาที่หมดสติลงไปพักผ่อนก่อน ส่วนคนที่เจียเหยานำมาด้วย เขาก็ไม่ได้ทำให้ลำบากใจ เพียงยึดอาวุธของพวกเขาไว้เท่านั้น
ส่วนเกราะ คนเหล่านี้คงรู้ดีว่ามาถึงแล้วเกราะจะถูกยึด จึงไม่สวมมาเสียเลย
เดิมทีพวกเขาตั้งใจจะบุกจู่โจมต่อ
แต่การหมดสติของเจียเหยาทำให้แผนการเปลี่ยนไป
ยามค่ำคืน ฝนละอองโปรยปรายลงมาจากฟ้าอีกครั้ง
ฝนเช่นนี้เป็นเรื่องปกติบนทุ่งหญ้า
แม้เข้าสู่ฤดูฝนแล้ว แต่ฝนตกหนักราวฟ้ารั่วก็ยังมีน้อยนัก
เคราะห์ดีที่ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่ได้เผากระโจมเหล่านี้ ยามนี้คนส่วนใหญ่จึงยังมีที่หลบฝน
เมื่อเมี่ยวอินก้าวเข้ากระโจม อวิ๋นเจิงกำลังนั่งครุ่นคิดอยู่
“เจียเหยายังไม่ฟื้นหรือ?”
อวิ๋นเจิงเงยหน้าถาม
“อืม”
เมี่ยวอินพยักหน้า “เมื่อครู่ข้าไปดูมาแล้ว ลมหายใจของนางปั่นป่วนยิ่ง รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ”
“นางจะโกรธจนตายไปจริง ๆ หรือ?” อวิ๋นเจิงถามอย่างเป็นกังวล
“เรื่องนี้บอกยาก”
เมี่ยวอินส่ายหน้าอย่างจนใจ ก่อนกล่าวตำหนิว่า “อย่างไรพวกเจ้าก็เป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามธรรมเนียม เจ้าใจร้ายกับนางเกินไปแล้วกระมัง?”
พระราชสาส์นของต้าเฉียนคงส่งไปถึงกู้เปียนหรือไม่ก็ติ้งเป่ยแล้ว
