ครึ่งเดือนให้หลัง อวิ๋นเจิงนำกองทหารองครักษ์กลับซั่วฟางไปก่อน
แม้เป็นกลางฤดูหนาว เขาก็ไม่ได้ให้คนไปแจ้งคนในจวนอ๋องล่วงหน้า
พวกเขาใกล้จะถึงจวนอ๋องอยู่แล้ว เสิ่นลั่วเยี่ยนกับคนอื่น ๆ จึงเพิ่งได้รับข่าวและรีบร้อนออกมาต้อนรับ
อวิ๋นเจิงกับเมี่ยวอินยิ้มอย่างจนใจ ก่อนควบม้าเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว
“เร็วเข้า เรียกท่านพ่อสิ”
เมื่อเห็นดังนั้น เสิ่นลั่วเยี่ยนก็รีบบอกอวิ๋นชางที่นางอุ้มอยู่
ทว่าอวิ๋นชางกลับไม่ยอมเรียก เพียงยื่นนิ้วมือป้อม ๆ ชี้ไปยังม้าศึกของอวิ๋นเจิงกับเมี่ยวอิน “ม้า ม้า…”
“…”
เสิ่นลั่วเยี่ยนพูดไม่ออก
เด็กคนนี้ก็ใช่ว่าจะไม่เคยเห็นม้าศึกเสียหน่อย
แค่เห็นม้าศึกเท่านั้น มีอะไรให้ตื่นเต้นนักหนา?
เด็กคนนี้คงไม่ได้มีแววเป็นนักรบโดยกำเนิดเหมือนบิดากระมัง?
เสิ่นลั่วเยี่ยนคิดฟุ้งซ่านไปต่าง ๆ นานา ก่อนจะบอกอวิ๋นชางอีกครั้ง “เรียกท่านพ่อเร็วเข้า…”
“ท่านพ่อ ท่านพ่อ…”
เมื่ออวิ๋นเจิงกับเมี่ยวอินเข้ามาใกล้ อวิ๋นชางก็เปล่งเสียงเรียกด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้ในที่สุด
เมื่อได้ยินเสียงเรียกของอวิ๋นชาง อวิ๋นเจิงก็ยินดีอยู่ในใจ เขาพลิกตัวลงจากม้าอย่างรวดเร็ว มองอวิ๋นชางด้วยสีหน้าปลื้มปีติ “ชางเอ๋อร์เรียกท่านพ่อเป็นแล้วหรือ?”
“ก็ใช่น่ะสิ”
เสิ่นลั่วเยี่ยนยิ้มบาง ๆ “เพิ่งผ่านปีใหม่มา ชางเอ๋อร์ก็เรียกท่านแม่ได้แล้ว สอนอยู่พักหนึ่งก็เรียกท่านพ่อได้”
“อืม ลูกชายข้าฉลาดจริง ๆ!”
อวิ๋นเจิงหัวเราะลั่น ก่อนอุ้มอวิ๋นชางมาแนบอกแล้วจูบแก้มฟอดหนึ่ง จากนั้นก็รับอวิ๋นจิ่นจากมือเย่จื่อมาอุ้ม แล้วจูบอย่างแรงอีกฟอด
