อวิ๋นลี่ในฐานะรัชทายาทผู้สำเร็จราชการมีหน้ามีตาไม่น้อย
หลังนำของขวัญที่ได้รับในพิธีอภิเษกสมรสไปแลกเป็นเงินแล้ว เขาก็ได้เงินเกือบสามล้านตำลึง
แน่นอนว่าเงินจำนวนนี้ไม่ได้มาจากของขวัญที่เหล่าขุนนางทุกระดับและคหบดีในเมืองหลวงมอบให้ทั้งหมด ส่วนหนึ่งเป็นสินเดิมของหยางจิน ทั้งยังรวมถึงของพระราชทานจากฮองเฮาสวีและฮ่องเต้เหวินด้วย
เงินสามล้านตำลึงนี้ถูกอวิ๋นลี่แบ่งออกเป็นสามส่วน
หนึ่งล้านห้าแสนตำลึงถูกนำเข้าคลังหลวง ทั้งยังสั่งให้สวีฉือฝู่จัดสรรเงินก้อนนี้โดยเฉพาะ เพื่อนำไปสร้างเรือรบ
อีกหนึ่งล้านตำลึงถูกนำเข้าคลังส่วนพระองค์ของฮ่องเต้เหวิน
ส่วนเงินห้าแสนตำลึงที่เหลือจึงถูกนำเข้าคลังของตำหนักรัชทายาท
“ลูกมีความผิด ไม่ควรนำของที่เสด็จพ่อกับเสด็จแม่พระราชทานไปขาย”
อวิ๋นลี่ก้มหน้า สีหน้าดูไม่สบายใจ
“ขายก็ขายไปเถิด จะมีความผิดอันใดกัน?”
ฮ่องเต้เหวินส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนถอนหายใจ “หากจะกล่าวว่ามีความผิด คนที่ผิดก็คือเราต่างหาก เราปกครองต้าเฉียนได้ไม่ดีพอ ถึงได้ทิ้งภาระยุ่งเหยิงเช่นนี้ไว้ให้เจ้า...”
“เสด็จพ่อไยตรัสเช่นนั้น!”
อวิ๋นลี่รีบปลอบ “ภายใต้การปกครองของเสด็จพ่อ ต้าเฉียนก็สงบสุข ราษฎรอยู่เย็นเป็นสุข หากมิใช่เพราะสงครามต่อเนื่องในช่วงหลายปีมานี้ ความมั่งคั่งของคลังหลวงย่อมเหนือกว่าราชวงศ์ก่อน ๆ เป็นแน่!”
“อย่ามายกยอเราเลย ต้าเฉียนในยามนี้ยังห่างไกลจากยุครุ่งเรืองของราชวงศ์ก่อนนัก!” ฮ่องเต้เหวินส่ายหน้าพร้อมแย้มยิ้ม “ประเดี๋ยวเราจะให้คลังส่วนพระองค์นำเงินหนึ่งล้านตำลึงนั้นส่งเข้าคลังหลวงด้วย เอาไปใช้สร้างเรือรบทั้งหมด!”
อวิ๋นลี่ลอบยินดีอยู่ในใจ ทว่ากลับโบกมือปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่า “เสด็จพ่อ อย่าทรงทำเช่นนั้นเลย! ลูกทราบว่าคลังส่วนพระองค์แทบไม่มีเงินเหลือแล้ว ก่อนหน้านี้เสด็จพ่อยังทรงขายข้าวของในวังไปไม่น้อยเพื่อหาเงินมาจัดพิธีอภิเษกสมรสให้เจียเหยากับน้องหก เงินหนึ่งล้านตำลึงนี้เป็นเงินที่ลูกถวายเสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ”
