หลังระบายความอัดอั้นอยู่ตรงจุดที่เจียเหยาตกลงแม่น้ำจนหมด อารมณ์ขุ่นมัวในใจอวิ๋นเจิงก็คลายลงไม่น้อย
เมื่อกลับถึงเมืองหู่โข่ว อวิ๋นเจิงก็เริ่มจัดแจงงานต่าง ๆ
นอกจากกำลังพลที่ต้องอยู่รักษาซ่างชิ่งเต้าและเขตลู่อันแล้ว กำลังพลที่เหลือล้วนต้องเตรียมถอนทัพกลับ
ในกองทัพสามหมื่นนายที่ประจำการในแคว้นหลี แท้จริงแล้วมีเพียงหนึ่งหมื่นแปดพันนายที่เป็นทหารต้าเฉียน ส่วนที่เหลืออีกหนึ่งหมื่นสองพันนายล้วนเป็นกองทัพกุยอี้ที่เพิ่งจัดระเบียบใหม่
แต่คราวนั้น ตอนอวิ๋นเจิงจัดระเบียบกองทัพกุยอี้ที่ลู่อี้ฝู่ เขาคิดเพียงจะใช้คนเหล่านั้นเป็นทหารรับเคราะห์ จึงมิได้คำนึงถึงเรื่องอื่นในภายหลัง
ภายหน้าย่อมต้องจัดระเบียบกองทัพกุยอี้ใหม่อีกครั้ง
ทว่าเรื่องเหล่านี้เป็นหน้าที่ของหวังชี่กับเสิ่นควนแล้ว
หลังจากนั้น อวิ๋นเจิงก็เขียนรายงานศึกเสร็จ แล้วสั่งให้คนใช้เส้นทางบกส่งกลับเมืองหลวงด้วยความเร็วสูงสุด
วันต่อมา อวิ๋นเจิงมิได้อยู่นิ่งเฉย เขาพาคนไปสำรวจทางตะวันออกของซ่างชิ่งเต้า
เขามิได้ทำไปเพื่อค้นหาเจียเหยา หากแต่ต้องการทำความเข้าใจภูมิประเทศและภูมิอากาศของที่นี่
ซ่างชิ่งเต้ากับเขตลู่อันตกอยู่ในกำมือพวกเขาแล้ว ย่อมต้องพัฒนาให้ดี
เขายังคงคิดจะใช้แนวทางเดียวกับซั่วเป่ย ให้เมืองสำคัญแต่ละแห่งในซ่างชิ่งเต้ามีอุตสาหกรรมหลักเป็นของตนเอง
เมืองสำคัญเหล่านี้ในซ่างชิ่งเต้าล้วนต้องสร้างสำนักศึกษาให้เหมาะสม
แน่นอนว่าเนื้อหาที่สำนักศึกษาเหล่านี้สอนย่อมเน้นคัมภีร์ประวัติศาสตร์และตำราทั้งสี่เป็นหลัก
อวิ๋นเจิงคิดว่า เมื่อกลับไปคราวนี้ เขาต้องไปเยี่ยมเกาซื่อเจินให้ได้
หากให้เกาซื่อเจินมาประจำอยู่แคว้นหลี กระดูกแก่ ๆ ของเขาคงทนต่อการตรากตรำไม่ไหว
