คืนนั้น อวิ๋นเจิงจัดงานเลี้ยงฉลองชัยให้กองทัพที่เจียเหยานำทัพมา ณ หู่โข่ว
ผู้ที่เข้าร่วมได้ดื่มกินเนื้อและสุราอย่างอิ่มหนำ
ส่วนผู้ที่บาดเจ็บหรือประจำการอยู่ที่อื่นจนมาร่วมงานไม่ได้ นอกจากได้รับรางวัลตามความชอบแล้ว ยังได้รับเบี้ยหวัดเพิ่มอีกหนึ่งเดือน
วันรุ่งขึ้น อวิ๋นเจิงนอนตื่นสาย
กระทั่งเที่ยงวันจึงลุกจากเตียง
หลังจากกินอาหารง่าย ๆ แล้ว อวิ๋นเจิงก็นำกองทหารองครักษ์มุ่งหน้าไปยังจุดที่เจียเหยาตกแม่น้ำ
เมื่อรู้ว่าอวิ๋นเจิงจะไปที่นั่น เมี่ยวอินก็ยืนกรานขอตามไปด้วย
อวิ๋นเจิงขัดเมี่ยวอินไม่ได้ จึงพานางไปด้วย
แม้ศึกครั้งนั้นจะผ่านมาหลายวันแล้ว แต่ร่องรอยการสู้รบยังคงหลงเหลืออยู่
บนพื้นมีคราบเลือดสีแดงคล้ำให้เห็นอยู่ทั่ว
ยังมีด้ามลูกธนูหักอยู่ไม่น้อย
ทั้งยังมีเกล็ดเกราะและหัวลูกธนูจำนวนหนึ่งตกอยู่ คงเป็นของที่หลงเหลือจากการเก็บกวาดสนามรบอย่างไม่ทั่วถึง
อวิ๋นเจิงพลิกตัวลงจากหลังม้า แล้วเดินไปยังริมแม่น้ำอย่างช้า ๆ
หลายวันมานี้ฝนไม่ตก เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ กระแสน้ำในแม่น้ำจึงไม่เชี่ยวกรากเท่าเดิม
อวิ๋นเจิงเก็บก้อนหินขนาดเท่ากำปั้นขึ้นมา โยนลงไปในน้ำ
“ตูม...”
ก้อนหินจมลงไปในน้ำ ส่งเสียงทึบหนัก บ่งบอกว่าแม่น้ำสายนี้ยังคงลึกอยู่มาก
ที่จริง ก่อนหน้านี้หน่วยสิบแปดองครักษ์วิญญาณได้สำรวจมาก่อนแล้ว
จุดที่เจียเหยาตกแม่น้ำลึกอย่างน้อยสามจั้ง
สำหรับอวิ๋นเจิง นี่ไม่ใช่ข่าวดีเอาเสียเลย
ตอนที่เจียเหยาตกแม่น้ำ นางสวมเกราะอยู่ หากน้ำลึกเกินไป...
เมี่ยวอินมองอวิ๋นเจิงด้วยความกังวล ก่อนจะโบกมือส่งสัญญาณให้ทหารองครักษ์ถอยห่างออกไป
เมื่อทหารองครักษ์ถอยออกไปแล้ว เมี่ยวอินจึงเดินมาหาอวิ๋นเจิงจากด้านหลัง กอดเขาไว้อย่างอ่อนโยน “หากอยากร้องไห้ก็ร้องออกมาเถิด อย่าเก็บเอาไว้ในใจ...”
