อุดมคติงดงามเพียงใด ความเป็นจริงกลับโหดร้ายเพียงนั้น
พอลุกจากเตียงในยามเช้า อวิ๋นเจิงก็รู้สึกอ่อนเปลี้ยไปทั้งตัว ทั้งยังไอไม่หยุด
เมี่ยวอินเข้ามาตรวจอาการให้ครู่หนึ่ง ก่อนยืนยันว่าเขาติดหวัดจากลมหนาว
คาดว่าคงเป็นเพราะเมื่อคืนฝ่าลมฝ่าหิมะกลับจวน
“ฮ่า ๆ...”
“ร่างกายบอบบางเพียงนี้ แม้แต่ลมหนาวหิมะนิดหน่อยก็ทนไม่ไหว ยังจะพูดว่าอยากฝึกคนพวกนั้นด้วยตนเองอีกหรือ?”
“บัดนี้ยังจะมาอวดเก่งกับข้าอีกไหม?”
เสิ่นลั่วเยี่ยนไม่เพียงไม่เห็นใจเขา กลับหัวเราะจนตัวงอ
อวิ๋นเจิงมองเสิ่นลั่วเยี่ยนด้วยสีหน้าดำคล้ำ ในใจกลัดกลุ้มแทบตาย
มารดามันเถอะ!
ร่างกายของเขาไม่น่าจะอ่อนแอถึงเพียงนี้กระมัง?
แค่ลมหนาวหิมะเท่านี้ก็ทนไม่ไหวแล้วหรือ?
เช่นนั้นจะไปใช้ชีวิตอยู่ในซั่วเป่ยได้อย่างไรเล่า!
บัดซบ!
น่าอับอายอยู่บ้างจริง ๆ!
“พอแล้ว อย่าหัวเราะอีก!”
เย่จื่อทั้งขำทั้งจนใจ ตบเสิ่นลั่วเยี่ยนเบา ๆ “ข้าคาดว่า หลังจากเขามาถึงซั่วเป่ยก็ทำงานหนักเกินไป เมื่อคืนยังฝ่าลมฝ่าหิมะกลับจวน จึงล้มป่วยเช่นนี้”
“ใช่ ๆ!”
อวิ๋นเจิงพยักหน้ารัว ก่อนมองเสิ่นลั่วเยี่ยนอย่างกลัดกลุ้ม “ข้าต้องทำงานหนักเกินไปแน่ เจ้าไม่รู้จักเห็นใจผู้อื่นสักนิด ยังมีหน้ามาหัวเราะอีก!”
“ได้ ๆ ข้าไม่รู้จักเห็นใจผู้อื่นแล้วใช่ไหม?”
เสิ่นลั่วเยี่ยนหัวเราะไม่หยุด “เช่นนั้นก็พักรักษาตัวอยู่ในจวนให้ดี เรื่องในค่ายก็อย่าได้กังวล พอคัดคนสิบคนนั้นได้แล้ว ข้าจะช่วยฝึกพวกเขาเอง!”
ช่างเถิด!
ให้นางฝึกคนสิบคนนั้นหรือ?
นางรู้จักแต่ฝึกให้พวกเขาจัดขบวนเข้าปะทะสังหารศัตรู แล้วจะฝึกอย่างอื่นเป็นเสียที่ไหน?
