“เจ้าก็เก่งจริง ๆ!”
“ใช้โซ่เหล็กคล้องวาสนาของพวกเจ้าสองคนไว้แท้ ๆ ยังถูกเจ้าตัดขาดเสียได้...”
ขณะพันแผลที่มือให้อวิ๋นเจิง เมี่ยวอินก็เอ่ยหยอกล้อเขาไม่หยุด
ให้ตายเถิด!
เสิ่นลั่วเยี่ยนอุตส่าห์มีน้ำใจช่วยดูดเลือดคั่งจากบาดแผลให้ หวังช่วยให้เลือดหยุดไหลเร็วขึ้น แต่เขากลับพูดออกมาคำแรกก็หาว่าเสิ่นลั่วเยี่ยนเป็นสุนัข
ทำตัวเช่นนี้ก็สมควรแล้วที่เสิ่นลั่วเยี่ยนจะไม่มอบสีหน้าดี ๆ ให้
“ถือว่าข้าปากเสียก็แล้วกัน?”
อวิ๋นเจิงเหลือบมองเสิ่นลั่วเยี่ยนที่ยังคงขุ่นเคือง ก่อนจะยิ้มเจื่อน ๆ ในใจ แล้วกล่าวกับเมี่ยวอินอีกว่า “วิธีฆ่าเชื้อของเจ้าใช้ไม่ได้ผล คราวหน้าพวกเราต้องหาสุรามากลั่นใหม่ให้ได้สักหน่อย หากเกิดศึกขึ้นมา สิ่งนี้ไม่รู้ว่าจะช่วยชีวิตคนได้มากเพียงใด...”
วันนี้เขาเพิ่งนึกถึงสุรากลั่นอันยอดเยี่ยมเช่นนี้ขึ้นมาได้เพราะบาดเจ็บ
ที่สำคัญคือ สุรากลั่นหาได้ง่ายยิ่ง ไม่ต้องอาศัยความรู้ซับซ้อนอันใด
เพียงแต่ต้นทุนคงสูงอยู่สักหน่อย
อย่างไรเสีย สุราของต้าเฉียนก็ดีกรีไม่สูงนัก ทั้งราคาขายโดยทั่วไปก็ไม่ถูก
สุราห้าชั่งอาจยังกลั่นสุรากลั่นที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์ออกมาไม่ถึงหนึ่งชั่งด้วยซ้ำ
แต่เมื่อเทียบกับชีวิตคนแล้ว ต่อให้ต้นทุนสูงก็ต้องทำ
เมื่อมีสุรากลั่น ก็จะช่วยลดโอกาสที่ทหารจะเสียชีวิตหรือพิการเพราะบาดแผลจากดาบและกระบี่ได้อย่างมาก
“กลั่น?”
เมี่ยวอินถามด้วยความสงสัย “นี่ก็เป็นสิ่งที่เจ้าอ่านพบจากตำราโบราณเล่มนั้นหรือ?”
“ใช่!”
อวิ๋นเจิงพยักหน้าเบา ๆ
“ตำราโบราณที่เจ้าอ่านช่างอัศจรรย์จริง ๆ!”
เมี่ยวอินเต็มไปด้วยความใคร่รู้ นางมองอวิ๋นเจิงด้วยแววตาอยากรู้อยากเห็น “หากมีเวลาว่าง เจ้าจดสิ่งที่บันทึกไว้ในตำราเล่มนั้นออกมาให้ข้าดูบ้าง ข้าเองก็อยากเห็นว่าตำราอัศจรรย์เล่มนั้นเป็นเช่นไร”
