ไม่นานนัก บ่าวในจวนสกุลเสิ่นก็นำสมุนไพรเหม็นที่บดจนแหลกไปแช่น้ำ แล้วบีบคั้นจนได้น้ำคั้นสีเขียวเข้มข้นเต็มชามใหญ่
บ่าวประคองน้ำคั้นสีเขียวอมเหลืองเข้ามาอย่างระมัดระวัง ทั้งยังเผลอเบือนจมูกไปอีกทาง
เห็นได้ชัดว่าของสิ่งนี้มีกลิ่นไม่น่าพิสมัยนัก
ฮูหยินเสิ่นรับน้ำคั้นมาจ่อใกล้ปลายจมูก พลันขมวดคิ้ว
กลิ่นนี้ไม่น่าพิสมัยจริง ๆ
ทั้งเหม็นทั้งฉุนจมูก
“ของสิ่งนี้... ใช้เป็นยาได้จริงหรือ?”
ฮูหยินเสิ่นเริ่มคลางแคลงใจขึ้นมาเช่นกัน
ของเหม็นเช่นนี้จะใช้เป็นยาได้จริงหรือ?
“ได้!”
อวิ๋นเจิงพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ข้าไม่รับรองว่าของสิ่งนี้จะรักษาเนี่ยนฉือให้หายได้แน่นอน แต่รับรองได้ว่ามันไม่มีพิษอย่างเด็ดขาด!”
กล่าวจบ อวิ๋นเจิงก็ยื่นมือไปหยิบชามในมือฮูหยินเสิ่น
พูดให้มากความก็ไม่สู้ดื่มเองสักสองสามอึกให้เห็นกับตา
“อยากตายหรือ!”
เสิ่นลั่วเยี่ยนฉวยตัวอวิ๋นเจิงกลับมา “เกี่ยวอะไรกับเจ้าด้วย?”
กล่าวจบ เสิ่นลั่วเยี่ยนก็รับชามจากมือมารดา ฝืนความรู้สึกคลื่นเหียนยกน้ำคั้นสมุนไพรขึ้นจ่อริมฝีปาก
ฮูหยินเสิ่นกำลังจะห้าม ทว่าเสิ่นลั่วเยี่ยนก็ดื่มเข้าไปสองอึกแล้ว
เห็นท่าทางของเสิ่นลั่วเยี่ยน อวิ๋นเจิงได้แต่ยิ้มอย่างจนใจ
สตรีผู้นี้!
ทั้งที่หวังดีแท้ ๆ ยังทำท่าดุร้ายถึงเพียงนี้
“หืม?”
เสิ่นลั่วเยี่ยนเม้มปาก ก่อนเอ่ยอย่างประหลาดใจว่า “รสชาติไม่ได้แย่นัก”
ฮูหยินเสิ่นได้ยินดังนั้นก็รับน้ำคั้นมาดื่มตามทันที
ฮูหยินเสิ่นจุ๊ปากแล้วพยักหน้า “อืม ขมนิดหน่อย ฝาดหน่อย ๆ แต่พอดื่มลงไปแล้วรู้สึกเย็นวาบ...”
ได้ยินทั้งสองกล่าวเช่นนั้น เว่ยซวงซึ่งอาการทุเลาลงเล็กน้อยก็รีบเดินเข้ามา
