เมื่อใกล้พลบค่ำ เจียเหยาก็นำกำลังของเหออาซูเริ่มถอยร่นอย่างช้า ๆ ก่อน
ดูคล้ายว่าพวกนางกำลังหาสถานที่เหมาะสมสำหรับตั้งค่าย
แท้จริงแล้วกลับลอบเคลื่อนทัพไปทางชิงอี้
อวิ๋นเจิงก็สั่งให้คนไปเก็บฟืนเช่นกัน ส่วนหนึ่งนำไปทำคบเพลิง อีกส่วนหนึ่งมีไว้ก่อกองไฟจำนวนมากในยามค่ำคืน เพื่อทำให้ศัตรูตายใจ
หลังม่านราตรีโรยตัว อวิ๋นเจิงก็ส่งคนไปก่อความเคลื่อนไหวนอกเมืองอยู่หลายครั้ง
ชิวซานจวินได้ยินเสียงเคลื่อนไหวจากนอกเมืองก็แค่นเสียงอย่างดูแคลนอีกครั้ง “ก็แค่แผนบั่นทอนกำลังศัตรูมิใช่หรือ? ทำซ้ำไปซ้ำมา มีอยู่เพียงลูกไม้พวกนี้!”
ชิวซานจวินไม่เห็นแผนบั่นทอนกำลังศัตรูของอวิ๋นเจิงอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย
พวกเขาอาศัยเมืองเป็นที่มั่นในการตั้งรับ อีกทั้งทหารที่รักษาเมืองในยามนี้ล้วนเป็นชายฉกรรจ์ที่เกณฑ์มาเป็นการชั่วคราว
เมื่ออวิ๋นเจิงทำให้ชายฉกรรจ์ที่ถูกเกณฑ์เหล่านั้นเหนื่อยล้าจนหมดเรี่ยวแรง กองทัพของพวกเขาเองย่อมเหน็ดเหนื่อยไม่ต่างกัน
ถึงเวลานั้น หากอวิ๋นเจิงเปิดฉากโจมตี เขาก็เปลี่ยนให้กองทัพชั้นยอดขึ้นไปป้องกันเมืองได้
ที่ปรึกษากล่าวว่า “แม้จะเป็นเช่นนั้น พวกเราก็ยังต้องระวังไว้พ่ะย่ะค่ะ!”
“อืม”
ชิวซานจวินพยักหน้าเล็กน้อย “ถ่ายทอดคำสั่งลงไป ให้กองกำลังชั้นยอดของเราอุดหูแล้วนอนหลับให้สบาย ส่วนทหารรักษาเมืองให้เพิ่มความระแวดระวัง!”
แผนบั่นทอนกำลังศัตรูนี้มิใช่เรื่องที่จะทำเพียงวันสองวัน
อย่างน้อยก็ต้องยืดเยื้อเช่นนี้สักสองสามวัน จึงจะทำให้ทหารรักษาเมืองเหนื่อยล้าจนหมดเรี่ยวแรง
หลังจากทหารส่งคำสั่งออกไป ชิวซานจวินก็เอ่ยกับที่ปรึกษาอย่างมีนัยว่า “ช่วงหลายวันนี้ อี่จืออู่ดูสงบเสงี่ยมผิดปกติยิ่งนัก!”
