ยามตื่นขึ้นในตอนเช้า อวิ๋นเจิงดูสดชื่นกระปรี้กระเปร่า
ส่วนเสิ่นลั่วเยี่ยนกลับมีสีหน้าเคืองขุ่นอย่างยิ่ง
ครานี้นางกลายเป็นภรรยาตัวน้อยที่ถูกเอาเปรียบเสียแล้ว
เหตุอื่นใดไม่มี เป็นเพราะเมื่อตื่นแต่เช้า นางกอดอวิ๋นเจิงไว้แนบอก
“เจ้าจ้องข้าทำไมอยู่เรื่อย?”
อวิ๋นเจิงหัวเราะหยอก “เจ้าเป็นฝ่ายกอดข้าเอง ข้าไม่ได้เป็นฝ่ายกอดเจ้าเสียหน่อย จะกล่าวหาว่าข้าผิดคำพูดไม่ได้กระมัง?”
“ข้า...”
ใบหน้างามของเสิ่นลั่วเยี่ยนแดงเรื่อ นางกล่าวอย่างขุ่นเคือง “ใครบอกว่าข้าเป็นฝ่ายกอดเจ้า? ข้า... ข้าแค่ละเมอไปเท่านั้น!”
แม้แต่นางเองก็ยังไม่รู้ว่าตนเผลอกอดอวิ๋นเจิงไว้ได้อย่างไร
“ละเมอก็เป็นเจ้าที่กอดข้าอยู่ดี!”
อวิ๋นเจิงหัวเราะลั่น พลางหยอกเย้าว่า “ข้ายังไม่เอาเรื่องที่เจ้าเกือบรัดข้าตายเลย!”
“รัดให้ตายไปเสียก็ดี!”
เสิ่นลั่วเยี่ยนถลึงตามองอวิ๋นเจิงอย่างขุ่นเคือง พลางลอบตัดสินใจว่า คราหน้าหากต้องนอนร่วมเตียงกับอวิ๋นเจิง จะต้องแยกกันนอนให้ได้!
อวิ๋นเจิงไม่ใส่ใจ ยังคงหัวเราะไม่หยุด
เมื่อเห็นท่าทางผู้ชนะของเขา เสิ่นลั่วเยี่ยนก็ยิ่งเดือดดาล
หลังชำระล้างร่างกายเรียบร้อย ทั้งสองก็ออกไปกินอาหาร
หลังมื้อเช้า เย่จื่อมาที่ห้องหนังสือพร้อมพวกเขา ก่อนยื่นสมุดบัญชีให้ “นี่คือเสบียงและสัมภาระที่ต้องนำไปซั่วเป่ย ข้าจัดเตรียมไว้ส่วนหนึ่งแล้ว ท่านอ๋องโปรดตรวจดูว่ายังมีสิ่งใดตกหล่นหรือไม่”
“ดี!”
อวิ๋นเจิงรีบเปิดสมุดบัญชีตรวจดู เสิ่นลั่วเยี่ยนก็โน้มเข้ามาดูด้วย
สิ่งที่เย่จื่อจัดเตรียมล้วนเป็นเสบียงและสิ่งของจำเป็นสำหรับการเคลื่อนทัพใหญ่
