จะสร้างเมืองก็ต้องดูด้วยว่าจะสร้างแบบใด
เพียงสร้างให้พอเป็นพิธี จะยุ่งยากถึงเพียงนั้นไปไย?
“แล้วเหตุใดเจ้าจึงมั่นใจว่าหากพวกเราสร้างเมืองที่นั่น กองทัพศัตรูจะเป็นฝ่ายเข้าโจมตี?”
ฉินชีหู่มีสีหน้าฉงน “หากกองทัพศัตรูไม่เข้าโจมตี เอาแต่ถ่วงเวลากับพวกเรา พวกเราจะทำอย่างไร?”
เมี่ยวอินพยักหน้าอย่างเห็นพ้อง ดูคล้ายจะเห็นด้วยกับคำพูดของฉินชีหู่ยิ่งนัก
“...”
อวิ๋นเจิงมองทั้งสองด้วยสีหน้าเอือมระอา “ข้าอยากผ่าหัวพวกเจ้าสองคน แล้วเอาหัวของข้าใส่เข้าไปเสียจริง!”
คราวอยู่ในเมืองหลวง เมี่ยวอินอยากติดตามเขาไปเข้าร่วมการประลองยุทธ์ที่สวนหนานหยวน ทั้งยังบอกว่าเคยอ่านตำราพิชัยสงคราม
ดูท่าทางเมี่ยวอินในยามนี้แล้ว คล้ายคนเคยอ่านตำราพิชัยสงครามตรงไหนกัน
เรื่องง่ายดายเพียงนี้ นางยังพยักหน้าเห็นด้วยตามอีกหรือ?
หากเป็นอวี๋ซื่อจง ตู๋กูเช่อ หรือถงกังคนใดคนหนึ่ง พวกเขาย่อมเข้าใจความหมายของเขาได้ในทันที
เกรงว่าแม้แต่เย่จื่อก็คงเดาเล่ห์เหลี่ยมเบื้องหลังได้
“ก็เป็นเช่นนั้นจริงนี่!”
เมี่ยวอินถูกอวิ๋นเจิงจ้องจนรู้สึกกระดากอาย “ศัตรูตั้งมั่นไม่ขยับ เจ้ายังจะบังคับบัญชาศัตรูได้หรือ?”
“ข้ากำลังบังคับบัญชาพวกเขาอยู่ต่างหาก!”
อวิ๋นเจิงยกมือเคาะศีรษะเมี่ยวอินเบา ๆ “พวกเจ้าต้องเข้าใจให้ชัด ยามนี้ฉิวฉือ แคว้นต้าเยวี่ย และกุ่ยฟางต่างกังวลว่าพวกเราจะเติบใหญ่ จึงคิดกำจัดพวกเราให้สิ้นเพื่อไม่ให้เป็นภัยต่อความปลอดภัยของพวกเขา พวกเจ้าคิดว่าพวกเขาจะยอมให้เราสร้างเมืองที่นั่นหรือ? หากพวกเขาตั้งมั่นไม่ขยับจริง พวกเราก็ควรยินดีแล้ว...”
เมื่อสร้างเมืองเสร็จ ก็เท่ากับร่นแนวทหารของต้าเฉียนไปข้างหน้าอีกหลายร้อยลี้ จากที่นั่นสามารถยกทัพเข้าโจมตีฉิวฉือหรือกุ่ยฟางได้ทุกเมื่อ อีกทั้งยังเสริมอำนาจควบคุมเป่ยโมถัวให้แน่นหนาขึ้น
