สองวันต่อมา ณ ด่านเทียนฉยง
อู๋ต๋ากลับมายังด่านเทียนฉยงตามคำสั่งของอวิ๋นเจิง เพื่อรายงานสถานการณ์
ตลอดสองวันนี้ อวิ๋นเจิงจงใจฝึกฝนอู๋ต๋าอย่างเร่งด่วนอยู่บ้าง
จุดประสงค์หลักคือเสริมสร้างความมั่นคงทางจิตใจให้เขา
แม้อู๋ต๋าจะไม่ได้รายงานต่อเถี่ยสยงโดยตรง แต่ก็ต้องระวังไว้สักหน่อย จะได้ไม่เผลอพูดจนเผยพิรุธออกมา
ทว่าอวิ๋นเจิงยังประเมินอู๋ต๋าสูงเกินไป
เพียงสนทนากันไม่กี่ประโยค เถี่ยถู บุตรชายของเถี่ยสยงก็สังเกตเห็นความประหม่าในท่าทีของอู๋ต๋าแล้ว
เถี่ยถูขมวดคิ้วเล็กน้อย มองอู๋ต๋าอย่างคลางแคลงใจ “ทางนั้นไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้นจริงหรือ?”
“มะ...ไม่มีขอรับ”
เมื่อถูกเถี่ยถูถามเช่นนี้ อู๋ต๋าผู้มีชนักติดหลังยิ่งลนลาน
เถี่ยถูมองปราดเดียวก็รู้ว่าอู๋ต๋าผิดปกติ สีหน้าพลันเคร่งขรึม ก่อนตวาดเสียงเข้ม “พูดมา ตกลงเกิดเรื่องใดขึ้น หากยังไม่สารภาพตามจริง ข้าจะให้เจ้าลองลิ้มรสโทษทัณฑ์ขั้นร้ายแรงของกองทัพ!”
เมื่อเผชิญกับการซักไซ้ของเถี่ยถู กำแพงในใจอู๋ต๋าก็พังทลายลงในพริบตา
“พลั่ก...”
อู๋ต๋าคุกเข่าลงกับพื้นอย่างแรง ร่ำไห้เสียงสะอึกสะอื้น “ข้าน้อยถูกบีบบังคับเช่นกัน ขอแม่ทัพโปรดไว้ชีวิต...”
แววตาเถี่ยถูเย็นเยียบ เขากล่าวเสียงขรึม “ขอเพียงเจ้าสารภาพตามจริง แม่ทัพผู้นี้รับรองว่าจะไว้ชีวิตเจ้า!”
อู๋ต๋ามีจิตใจอ่อนแอเกินไป
เมื่อได้รับคำรับรองจากเถี่ยถู เขาก็ขายอวิ๋นเจิงกับพวกจนหมดเปลือกทันที
แม้แต่เรื่องที่ตนถูกอวิ๋นเจิงบีบบังคับให้สังหารสหายร่วมกองทัพหกคน เขาก็สารภาพออกมาตามตรง
เมื่อได้ฟังคำพูดของอู๋ต๋า สีหน้าเถี่ยถูพลันแปรเปลี่ยน เขาพาอู๋ต๋าไปพบเถี่ยสยงทันที
ขณะนั้นเถี่ยสยงกำลังหารือเรื่องต่าง ๆ กับจ้าวโหย่วเต๋อ รองแม่ทัพ
