ยามนี้ อวิ๋นลี่อยากตบอวิ๋นเจิงให้ตายคามือเสียจริง
เจ้าคนสารเลวนี่!
คงเสียสติไปแล้วกระมัง?
ตนช่วยเตรียมขนมไหว้พระจันทร์ให้เขา เขายังกล้าถามยืมเงินอีกหรือ?
คงติดใจการหลอกเอาเงินจากตนแล้วกระมัง?
เสิ่นลั่วเยี่ยนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ถูกความคิดพิสดารของอวิ๋นเจิงทำเอาตะลึงงันไปโดยสิ้นเชิง
เขายังไม่ตื่นจากฝันกลางวันเมื่อคืนหรือไร?
ยังกล้าขอยืมเงินจากอวิ๋นลี่อีกหรือ?
แถมยังเอ่ยปากขอตั้งหนึ่งแสนตำลึง?
คิดจริง ๆ หรือว่าอวิ๋นลี่มองเขาเป็นพี่น้องสนิทที่สุด?
“น้องหก อย่าทำให้พี่สามลำบากใจเลย”
อวิ๋นลี่สะกดกลั้นโทสะในใจ แสร้งบ่นว่าขัดสน “ตอนนี้พี่สามไม่มีเงินจริง ๆ! อีกอย่าง พี่สามมาร่วมงานเลี้ยงเทศกาลไหว้พระจันทร์ จะพกตั๋วเงินมากมายติดตัวมาทำไม?”
อวิ๋นเจิงกะพริบตาปริบ ๆ “ไม่เป็นไร พี่สามไปยืมคนอื่นมาก่อนได้!”
“หา?”
เสิ่นลั่วเยี่ยนมองอวิ๋นเจิงอย่างงุนงง
ชั่วชีวิตนี้นางไม่เคยพบคนหน้าด้านเช่นนี้มาก่อน!
ให้คนอื่นไปยืมเงินมา แล้วค่อยนำมาให้เขายืมอีกทีหรือ?
แถมยังไม่ใช่แค่ไม่กี่ร้อยหรือไม่กี่พันตำลึง!
นั่นมันตั้งหนึ่งแสนตำลึงเชียวนะ!
คนที่กำลังจะเดินทางไปซั่วเป่ยในไม่ช้าเช่นเขา จะมีใครให้ยืมเงินหนึ่งแสนตำลึงได้หรือ?
คิดว่าคนอื่นเป็นหมูหรือไร!
“แค่ก ๆ…”
อวิ๋นลี่แทบโกรธจนหลุดคำหยาบ แต่ยังฝืนยิ้มออกมา “น้องหก อย่าล้อพี่สามเล่นเลย”
“พี่สาม เชิญมาคุยกันสักครู่”
อวิ๋นเจิงยิ้มกริ่ม ลากอวิ๋นลี่ไปด้านข้างแล้วกระซิบข้างหู
สีหน้าอวิ๋นลี่แปรเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ระหว่างฟังคำพูดของอวิ๋นเจิง
