ภายในอุทยานหลวงถูกจัดแต่งให้เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงแล้ว
เหล่าเชื้อพระวงศ์และขุนนางในราชสำนักจำนวนไม่น้อยมาถึงกันแล้ว
เมื่อเห็นอวิ๋นเจิงกับเสิ่นลั่วเยี่ยน หลายคนก็เข้ามาทักทายอย่างกระตือรือร้น
“น้องหก เจ้าใกล้จะไปซั่วเป่ยแล้ว คราวนี้จากกันไป ไม่รู้ว่าเมื่อใดพวกเราจึงจะได้พบกันอีก”
“องค์ชายหก เมื่อไปซั่วเป่ยแล้ว ขอให้รักษาตัวให้ดี!”
“น้องสะใภ้ น้องหกต้องฝากไว้กับเจ้าแล้ว เจ้าต้องคอยดูแลเขาให้ดี พี่ขอขอบใจไว้ ณ ที่นี้”
“องค์ชายหก คืนนี้พวกเราต้องดื่มด้วยกันให้เต็มที่...”
ชั่วพริบตา ทั้งสองก็ประหนึ่งกลายเป็นบุคคลสำคัญที่ทุกคนรายล้อมเอาใจ
เมื่อเผชิญกับความกระตือรือร้นของผู้คน เสิ่นลั่วเยี่ยนถึงกับมึนงง
สถานการณ์เช่นนี้แตกต่างจากที่นางจินตนาการไว้โดยสิ้นเชิง!
นางนึกเสียอีกว่าวันนี้คงหนีไม่พ้นถูกคนเยาะเย้ยถากถาง!
ถึงขั้นเตรียมพร้อมจะใช้ฐานะพระชายาตอบโต้คนเหล่านั้นแล้วด้วยซ้ำ
แต่ผลกลับกลายเป็นว่า แต่ละคนราวกับเปลี่ยนเป็นคนละคน
ความกระตือรือร้นที่จู่ๆ ก็ประดังเข้ามาทำให้นางตั้งตัวไม่ทันอยู่บ้าง
ส่วนอวิ๋นเจิงนั้น คาดการณ์ความกระตือรือร้นของทุกคนไว้แต่แรกแล้ว
ตนกำลังจะไปซั่วเป่ย ต่อให้พวกเขาไม่พอใจตนเพียงใด ก็ยังต้องแสร้งทำท่าทีให้ดูดี!
ยิ่งไปกว่านั้น พี่สามคงกำชับพวกพ้องของตนไว้ล่วงหน้าแล้ว
อวิ๋นเจิงตอบรับผู้คนอย่างขอไปที ทว่าในใจกลับลอบสงสัย
เจ้าพวกสารเลวนี่เป็นอะไรกัน?
อย่ามัวแต่พูดสิ!
พวกเจ้าน่ะ เอาของขวัญมามอบให้เสียที!
ข้ายังรอรับของขวัญอยู่นะ!
รถม้าของข้าจอดรออยู่ด้านนอกวังแล้ว รอขนของขวัญอยู่ทั้งนั้น!
ทว่าอวิ๋นเจิงรออยู่นาน ก็ยังไม่มีใครเข้ามามอบของขวัญ
