ฮั่วกู้คิดว่าตนได้ของดีมาโดยง่าย
ทว่าดูจากสถานการณ์ในยามนี้ ของดีชิ้นนี้กลับมิได้คว้ามาได้ง่ายดายอย่างที่คิด
“ดูเจ้าสิ ช่างไร้ความสามารถเสียจริง!”
อวิ๋นเจิงถลึงตาใส่ฮั่วกู้ “ที่ข้าหมายถึงคือ วัสดุที่จัดสรรได้ เจ้าก็จัดส่งมาให้ ส่วนที่จัดสรรไม่ได้ ข้าจะควักเงินซื้อเอง! ข้าจะหลอกเจ้าได้อย่างไร?”
“อ้อ ๆ...”
ฮั่วกู้ยิ้มพลางเข้าใจแจ่มแจ้ง “เช่นนั้นต้องรบกวนท่านอ๋องแล้ว! กระหม่อมจะจัดส่งช่างตีเหล็กมาโดยเร็วพ่ะย่ะค่ะ!”
“อืม เช่นนั้นก็เอาตามนี้”
อวิ๋นเจิงขยี้ตา “พวกเจ้าไปจัดการธุระของตนก่อนเถิด กิจการในค่ายยังมีอีกมาก ข้าเองก็ต้องไปจัดการงานแล้ว”
“กระหม่อมทูลลา!”
ฮั่วกู้พาเหล่าแม่ทัพผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนจากไปอย่างเร่งร้อน
พวกเขาเพิ่งจะเดินออกจากเขตค่าย ก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งต้อนฝูงแพะมุ่งหน้ามาทางค่าย
บนรถลากยังมีไก่ เป็ด ปลา และเนื้อสัตว์อีกมากมาย มองจนคนทั้งหลายลอบกลืนน้ำลาย
“พวกเจ้ากำลังทำอะไรกัน?”
ฮั่วกู้เรียกทหารคนหนึ่งไว้ แล้วถามเสียงขุ่น “เสบียงเหล่านี้ ใครเป็นคนสั่งให้พวกเจ้าขนมาส่ง?”
บัดซบ!
แม้แต่ทหารชั้นยอดใต้บังคับบัญชาของเขายังไม่ได้เสบียงเช่นนี้!
ยังส่งเนื้อมาให้ทหารที่ทำไร่ไถนาเหล่านี้มากมายถึงเพียงนี้อีกหรือ?
ของดีทุกอย่างล้วนส่งมาให้อ๋องอย่างอวิ๋นเจิงผู้นี้หรือไร?
นายกองหนุ่มผู้เป็นหัวหน้าตอบทันทีว่า “เรียนท่านแม่ทัพ พระชายาทรงควักเงินส่วนพระองค์ให้พวกข้าน้อยไปซื้อจากตลาด บอกว่าจะปรับปรุงอาหารให้พี่น้องในค่ายขอรับ”
“ข้า...”
ฮั่วกู้ชะงักไปเล็กน้อย พลันพูดอะไรไม่ออก
หากเป็นนายทหารฝ่ายเสบียงคนใดจัดสรรมา เขายังพอไปถามเอาความได้
