หลังโยนเรื่องปวดหัวให้คนในเมืองหลวงจัดการ อวิ๋นเจิงก็หันมาสะสางธุระของตนอย่างสบายใจ
“เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่อีกหรือ?”
ระหว่างทางกลับจากเหมืองถ่านหินไปยังกู้เปียน เมี่ยวอินเห็นอวิ๋นเจิงดูเหม่อลอย จึงเอ่ยถามขึ้น
“ไม่มีอะไร”
อวิ๋นเจิงยิ้ม “ข้ากำลังคิดว่าจะทำอย่างไรให้ผลิตปูนซีเมนต์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น”
อวิ๋นเจิงทำปูนซีเมนต์แบบพื้นฐานขึ้นมาได้แล้ว
พอดีกับที่กากแร่จากการถลุงเหล็กก็มีประโยชน์ขึ้นมา
จากการทดสอบอย่างง่าย ความแข็งแรงของปูนซีเมนต์นี้ถือว่าใช้ได้
ทว่าอย่างไรก็เทียบกับปูนซีเมนต์ในยุคปัจจุบันไม่ได้แน่นอน
ปัญหาสำคัญคือประสิทธิภาพการผลิตต่ำเกินไป
พอพูดถึงปูนซีเมนต์ เมี่ยวอินก็ยิ่งสงสัย “วิธีทำปูนซีเมนต์นี่ เจ้าอ่านพบจากตำราโบราณเล่มนั้นอีกแล้วหรือ?”
“ใช่แล้ว!” อวิ๋นเจิงพยักหน้าพลางยิ้ม
“ตำราโบราณที่เจ้าพูดถึงนี่ช่างน่าอัศจรรย์จริง ๆ”
เมี่ยวอินกล่าวอย่างทึ่ง “ผู้เขียนตำราเล่มนั้นต้องเป็นอัจฉริยะผู้หาได้ยากยิ่งในใต้หล้า!”
อัจฉริยะผู้หาได้ยากยิ่งในใต้หล้าหรือ?
ย่อมเป็นอัจฉริยะผู้หาได้ยากยิ่งในใต้หล้าจริง ๆ มิใช่หรือ?
นั่นคือผลึกแห่งปัญญาของผู้คนมากมายเพียงใดกัน!
น่าเสียดายที่เขาเป็นเพียงผู้รู้งู ๆ ปลา ๆ
กระทั่งคำว่ารู้งู ๆ ปลาก็ยังนับว่าเกินตัวไปด้วยซ้ำ
เฮ้อ ช่างเถิด!
เรื่องยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ก็ปล่อยให้คนในโรงงานปูนซีเมนต์ในภายหน้าจัดการแล้วกัน!
ในหมู่ชาวบ้านย่อมมีผู้มีความสามารถอยู่!
สิ่งของหลายอย่างล้วนปรับปรุงให้ดีขึ้นได้จากการลงมือผลิตจริง
เขาควักเงินออกมาประกาศรางวัลให้คนงานช่วยกันคิดหาวิธีดีกว่า!
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว อวิ๋นเจิงก็เลิกกังวลเรื่องนี้
