หลังจากรวบรวมใจทหารรักษาการณ์ติ้งเป่ยได้สำเร็จ อวิ๋นเจิงก็นำคนมุ่งหน้าไปยังด่านเป่ยลู่โดยไม่หยุดพัก
ส่วนหม่าอี้ ก็ยกให้ฟู่เทียนเหยี่ยนจัดการ!
แม้หยวนเลี่ยจะเป็นคนสนิทของเว่ยเหวินจง ทั้งยังนำทหารชั้นยอดเก้าพันนายไปประจำการรักษาหม่าอี้ แต่ที่หม่าอี้ยังมีทหารชาวนาสูงวัยและอ่อนแออีกหลายหมื่นคน!
ทหารชาวนาสูงวัยและอ่อนแอเหล่านั้น ล้วนเป็นคนของอวิ๋นเจิง
หากเป็นเช่นนี้แล้วยังยึดหม่าอี้ไม่ได้ ฟู่เทียนเหยี่ยนก็ไร้ประโยชน์เกินไปแล้ว
พอเอ่ยถึงหยวนเลี่ย อวิ๋นเจิงก็อดถามตู๋กูเช่อด้วยความสงสัยไม่ได้ว่า “จริงสิ หยวนเลี่ยเกี่ยวดองกับเว่ยเหวินจงหรือไม่?”
“ไม่เกี่ยวพ่ะย่ะค่ะ”
ตู๋กูเช่อส่ายหน้ากล่าวว่า “แต่หยวนเลี่ยนับเป็นบุตรบุญธรรมครึ่งหนึ่งของเว่ยเหวินจงพ่ะย่ะค่ะ!”
บิดาของหยวนเลี่ยเคยเป็นผู้บัญชาการองครักษ์ส่วนตัวของเว่ยเหวินจง แต่เสียชีวิตในศึกใหญ่ซั่วเป่ยเมื่อหกปีก่อน
ต่อมา เว่ยเหวินจงฝากคนไปรับหยวนเลี่ยมาที่ซั่วเป่ย แล้วชุบเลี้ยงอบรมเขา
แม้เว่ยเหวินจงจะไม่ได้รับหยวนเลี่ยเป็นบุตรบุญธรรมอย่างเป็นทางการ แต่ก็ปฏิบัติต่อเขาราวกับบุตรบุญธรรมคนหนึ่ง
หยวนเลี่ยได้รับการสนับสนุนจากเว่ยเหวินจง จึงเลื่อนตำแหน่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
ทว่า หยวนเลี่ยเป็นคนทะนงตน ไม่อยากให้ผู้ใดกล่าวว่าเขาเลื่อนตำแหน่งได้รวดเร็วเพราะอาศัยเส้นสายของเว่ยเหวินจง ดังนั้นจึงแทบไม่เคยเอ่ยถึงความสัมพันธ์ระหว่างตนกับเว่ยเหวินจง
ส่วนเว่ยเหวินจงก็ไม่อยากให้ผู้คนคิดว่าตนเลือกใช้แต่พวกพ้อง จึงแทบไม่เคยกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาต่อผู้อื่นเช่นกัน
เพราะไม่มีผู้ใดล่วงรู้เรื่องนี้ ในกองทัพจึงมีข่าวลือว่าหยวนเลี่ยกับเว่ยเหวินจงเป็นญาติกันอยู่บ้าง
