ด่านเป่ยลู่
หยวนฉงรู้สึกกระวนกระวายใจอยู่บ้าง
เรื่องที่กองทัพเป่ยฝู่กว่าสี่หมื่นนายถูกล้อมอยู่ที่กู้เปียน เขาย่อมรู้ดี
หลายวันก่อน เว่ยเหวินจงยังส่งคนควบม้าเร็วแปดร้อยลี้เข้าเมืองหลวงเพื่อรายงานข่าว
แม้เขาจะเค้นถามทหารคนสนิทของเว่ยเหวินจงไม่ได้ความอะไร ทว่าดูจากธงสามผืนที่ปักอยู่บนหลังคนผู้นั้น ก็รู้แล้วว่าแนวหน้าซั่วเป่ยต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นเป็นแน่ อีกทั้งยังเป็นข่าวร้ายอย่างแน่นอน
อวิ๋นเจิงถูกล้อมอยู่ที่กู้เปียน เขาย่อมยินดีนัก
แต่เมื่อแนวหน้าซั่วเป่ยเกิดเรื่องใหญ่ เว่ยเหวินจงกลับไม่ส่งคนมาส่งคำสั่งที่ด่านเป่ยลู่เลยหรือ?
ตามเหตุผลแล้ว ในสถานการณ์เช่นนี้ เว่ยเหวินจงจะต้องส่งคนมาสอบถามสถานการณ์ที่ด่านเป่ยลู่ไม่เกินสามวันต่อครั้ง
นี่เป็นเรื่องพื้นฐานที่สุด!
หากสถานการณ์เร่งด่วน ถึงขั้นถามวันละครั้งก็เป็นไปได้!
ทว่าบัดนี้ นับจากวันที่ทหารคนสนิทของเว่ยเหวินจงมุ่งหน้าเข้าเมืองหลวงเพื่อรายงานข่าว ก็เกือบหกวันแล้ว!
หกวันเชียวนะ!
เวลาผ่านไปนานถึงเพียงนี้ เว่ยเหวินจงกลับไม่ไยดีด่านเป่ยลู่เลยหรือ?
ส่วนคนที่เขาส่งไปติ้งเป่ยเมื่อสามวันก่อน ตามปกติควรกลับมาถึงก่อนค่ำวานนี้ ทว่าจนบัดนี้คนของเขาก็ยังไม่กลับมา
เรื่องนี้ผิดปกติยิ่งนัก!
เขาถึงขั้นสงสัยว่าซั่วเป่ยถูกกองทัพเป่ยหวนยึดไปแล้วหรือไม่!
หากไม่ใช่เพราะเขาเป็นแม่ทัพผู้รักษาด่านเป่ยลู่และไม่อาจละทิ้งหน้าที่ เขาคงอยากไปดูที่ติ้งเป่ยด้วยตนเอง
“เกิดเรื่องแล้ว! ทางติ้งเป่ยต้องเกิดเรื่องขึ้นแน่!”
หยวนฉงยิ่งคิดยิ่งรู้สึกไม่ชอบมาพากล เริ่มเดินวนไปมาในจวน
