ฟู่เทียนเหยี่ยนกลับไปครุ่นคิดอยู่ในห้องอีกพักหนึ่ง ก่อนจะมาถึงประตูทิศเหนือซึ่งอวิ๋นเจิงกับพวกอยู่
ทว่าเมื่อมาถึงประตูทิศเหนือ เขาก็ถึงกับยืนตะลึงงัน
“ท่านอ๋อง นี่สุราอะไรหรือ? แรงถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”
“ฮ่า ๆ ของสิ่งนี้ไม่ได้เอาไว้ดื่มเสียหน่อย! เอาไว้ฆ่าเชื้อบาดแผล ป้องกันไม่ให้แผลติดเชื้อต่างหาก! หรือพวกเจ้าคิดว่าข้าเป็นคนโง่ ส่งสุราชั้นดีให้พวกเจ้าดื่ม แล้วยังมอบเงินหนึ่งร้อยตำลึงให้อีก?”
“นี่...ฆ่าเชื้อได้จริงหรือ?”
“เหลวไหล ย่อมฆ่าเชื้อได้แน่นอน! ว่าแต่ยังมีผู้ใดอยากลองท้าทายอีกหรือไม่?”
“ข้าน้อยขอลอง...”
ทหารกลุ่มใหญ่พากันล้อมอวิ๋นเจิงกับตู๋กูเช่อไว้
แต่กลับไม่มีทีท่าว่าจะล้อมจับอวิ๋นเจิงกับพวกเลยแม้แต่น้อย!
อวิ๋นเจิงกับตู๋กูเช่อนั่งอยู่ตรงนั้นราวกับเป็นนายท่าน พูดคุยหัวเราะกับทุกคนอย่างสนุกสนาน
“พวกเจ้ากำลังทำอะไรกัน!”
ฟู่เทียนเหยี่ยนเดินเข้ามาด้วยสีหน้าขุ่นเขียว ตวาดเสียงดังลั่น
เมื่อเห็นฟู่เทียนเหยี่ยนที่กำลังเดือดดาล ทหารกลุ่มหนึ่งก็แตกฮือราวกับฝูงนกฝูงสัตว์
ทว่าเพิ่งวิ่งไปได้ไม่กี่จั้ง ทุกคนก็พลันนึกถึงคำสั่งที่ได้รับมา
พวกเขาต้องล้อมอวิ๋นเจิงกับตู๋กูเช่อไว้มิใช่หรือ!
เมื่อได้สติ ทุกคนก็พากันย้อนกลับไปล้อมอีกครั้ง
แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังดูไม่เหมือนการล้อมจับอยู่ดี พวกเขาเพียงเบียดเสียดกันอย่างไร้ระเบียบ ล้อมอยู่รอบอวิ๋นเจิงกับพวกเพื่อมุงดูเรื่องสนุกเท่านั้น
ฟู่เทียนเหยี่ยนเห็นแล้วเลือดลมพลุ่งพล่าน แทบจะสบถด่าออกมา
นี่เรียกว่าล้อมจับหรือ?
นี่มันเรียกว่าดาวล้อมเดือนชัด ๆ!
เขาถึงกับสงสัยว่า หากอวิ๋นเจิงออกคำสั่งขึ้นมา ไอ้พวกสารเลวเหล่านี้คงหันมาล้อมจับเขาเสียเอง!
