อวิ๋นเจิงกอดสตรีทั้งสองอยู่นาน ในที่สุดก็คลายอ้อมแขน
เมื่อเห็นเส้นเลือดฝอยแดงก่ำในดวงตาของอวิ๋นเจิง เจียเหยาก็รู้สึกสับสนปนเปกันไปหมด
นางไม่กล้าคิดเลยว่า หากนางปลิดชีพตนเองที่นี่จริง ๆ อวิ๋นเจิงจะโศกเศร้าเพียงใด
“เหตุใดเจ้าจึงมาที่นี่เพียงลำพัง?”
หลังอารมณ์สงบลง อวิ๋นเจิงจึงเอ่ยถามเจียเหยา
“ไปกันเถิด กลับไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน!”
เจียเหยายิ้มบาง ๆ
“ไม่ต้องรีบร้อน”
อวิ๋นเจิงส่ายหน้า “ไป๋หลางก็มาที่นี่ด้วย อีกไม่นานคงมาถึง...”
“ไป๋หลางหรือ?”
หัวใจเจียเหยาสั่นไหว “มันก็มาด้วยหรือ?”
“อืม!”
เมี่ยวอินรับคำ “ไป๋หลางพาพวกเรามาทางนี้ พวกเรานึกว่าเจ้ามาที่นี่เพื่อทำเรื่องโง่เขลา ดูอวิ๋นเจิงสิ ร้อนใจจนเป็นเช่นไรแล้ว...”
“ขอโทษที่ทำให้พวกเจ้ากังวล...”
เจียเหยากำลังพูดอยู่ ไป๋หลางก็วิ่งออกมาจากด้านหลังฝูงชน
มันวิ่งมาเสียจนเหนื่อยหอบ แลบลิ้นห้อย ก่อนจะเข้ามาคลอเคลียเจียเหยา ใช้หัวถูไถขาของนางไม่หยุด
เจียเหยารู้สึกแสบจมูก ค่อย ๆ ย่อตัวลงแล้วรวบไป๋หลางเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขน
“มิใช่ว่าข้าให้เจ้าไปแล้วหรือ? เหตุใดจึงกลับมาอีก?”
เจียเหยากลั้นน้ำตาไว้ ทว่าดวงตากลับพร่ามัวด้วยหยาดน้ำ
นางคิดจะคืนอิสรภาพให้ไป๋หลาง
ไป๋หลางเคยเป็นราชันหมาป่า
มันควรมีชีวิตเยี่ยงราชันหมาป่า และควรตายเยี่ยงราชันหมาป่าเช่นกัน
มันควรเป็นของทุ่งหญ้าผืนนี้
ไป๋หลางฟังคำพูดของเจียเหยาไม่เข้าใจ ได้แต่ปล่อยให้นางกอดไว้ ส่งเสียงครางหงิง ๆ ไม่หยุด ราวกับกำลังยินดีที่ได้กลับมาอยู่ในอ้อมกอดของเจียเหยาอีกครั้ง
