เจียเหยานอนซบอยู่ในอ้อมแขนของอวิ๋นเจิง สัมผัสไออุ่นจากอ้อมกอดของเขา ทว่าความคิดกลับย้อนคืนไปเมื่อสองเค่อก่อน
นางเกือบปลิดชีพตนเองต่อหน้ารูปสลักเทพหมาป่าแล้ว
ในช่วงคับขันยิ่งยวด ลูกธนูขนนกดอกหนึ่งก็แหวกอากาศพุ่งมา
ลูกธนูดอกนั้นราวกับดาวตกไล่ตามจันทร์
“เคร้ง...”
ลูกธนูพุ่งกระแทกดาบทองในมือเจียเหยาอย่างแรง
ยามนั้นเจียเหยากำลังเหนื่อยล้าทั้งกายใจ แรงกระแทกจากลูกธนูทำให้นางจับดาบทองไว้ไม่อยู่ หู่โข่วคลายออก ดาบทองจึงร่วงลงพื้น
เจียเหยาเบิกตาขึ้นฉับพลัน แล้วก็เห็นอาจารย์ปู้ตูพุ่งตรงมาหานางอย่างรวดเร็ว
อาจารย์...เหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่ได้?
เจียเหยาร้อนรนขึ้นมาในใจ ขณะกำลังจะก้มลงเก็บดาบทอง ปู้ตูก็พุ่งมาถึงเบื้องหน้า ใช้เท้าเตะดาบทองให้พ้นจากนาง
“องค์หญิง!”
ดวงตาทั้งสองของปู้ตูแดงก่ำ เขาคว้าข้อมือเจียเหยาไว้แล้วตวาดอย่างเจ็บปวดใจ “เหตุใดเจ้าจึงโง่เขลาเช่นนี้?”
เจียเหยารู้สึกผิด จึงไม่กล้าสบตาปู้ตู
“อาจารย์ ข้า...”
เจียเหยาอ้าปากเล็กน้อย ทว่ากลับพูดไม่ออก
นางอยากปกปิดเรื่องนี้ อยากหาเหตุผลสักข้อมาแก้ตัวให้พ้นไป
ทว่า ทุกสิ่งที่นางทำ ปู้ตูล้วนเห็นกับตา
ไม่ว่านางจะปกปิดหรือแก้ตัวอย่างไร ก็ไม่มีทางหลอกอาจารย์ผู้เลี้ยงดูนางมาตั้งแต่เล็กได้
“พอแล้ว!”
ปู้ตูยกมือห้ามเจียเหยา “ข้าเข้าใจ!”
“เจ้าลืมไปแล้วหรือ? ข้าเฝ้าดูเจ้าเติบโตมาตั้งแต่เล็ก!”
“ทั่วทั้งเป่ยหวนในยามนี้ ไม่มีผู้ใดเข้าใจเจ้าดียิ่งไปกว่าข้า”
“ตั้งแต่หลายวันก่อนที่เจ้าคัดค้านคนทั้งปวง จนตัดสินใจให้อวิ๋นเจิงเป็นราชันตะวันแห่งต้าเจา ข้าก็สังหรณ์แล้วว่าเจ้าอาจคิดทำเรื่องโง่เขลา...”
