เจียเหยาบอกว่าจะพิงอวิ๋นเจิงสักครู่
ทว่าไม่นานนางก็หลับไป
อวิ๋นเจิงเคยสงสัยอยู่ชั่วขณะว่าเจียเหยาแสร้งหลับหรือไม่
แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงก้มหน้าเขียนสิ่งที่ตนทำต่อไป
เขาเขียนอย่างละเอียด วางแผนกิจการต่าง ๆ ทั่วซั่วเป่ย
บริเวณแนวเทียนหูกับม่อหยางจะมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมเป็นหลัก
โรงงานต่าง ๆ ที่จะสร้างขึ้นภายหลังก็จะตั้งอยู่แถบนั้น
นอกจากนี้ เขายังคิดจะสร้างทางลำเลียงด้วยเชือกตรงบริเวณลำน้ำไป๋สุ่ยตอนล่างที่ค่อนข้างแคบ เพื่อขนส่งถ่านพีต
ลวดเหล็กเส้นยาวดูท่าจะหาได้ไม่ง่ายนัก เช่นนั้นก็ใช้เชือกป่านเส้นใหญ่ ต่อให้ขนส่งได้ครั้งละเพียง 50 ชั่ง ก็ยังเร็วกว่าต้องอ้อมกู้เปียนเป็นทางไกลแล้วค่อยขนไปยังเทียนหูกับม่อหยางมากนัก
หากไม่พอก็สร้างทางลำเลียงเชือกเพิ่มอีกสักหลายสาย
จนกระทั่งอวิ๋นเจิงเขียนเสร็จ เจียเหยาก็ยังคงหลับสนิทพิงไหล่เขาอยู่
อวิ๋นเจิงวางพู่กัน แล้วหันไปมองเจียเหยาที่หลับใหล
ยามหลับ เจียเหยาดูแข็งกร้าวน้อยลง กลับมีความสงบนิ่งเพิ่มขึ้นหลายส่วน
ไม่รู้ว่านางเขินอายหรือในห้องร้อนเกินไป ใบหน้าจึงแดงระเรื่อ
ขณะที่มองอยู่ อวิ๋นเจิงก็พลันถูกจุดสีขาวบนศีรษะของเจียเหยาดึงดูดสายตา
เมื่ออยู่ใกล้เช่นนี้ อวิ๋นเจิงเห็นได้อย่างชัดเจนว่าในเรือนผมดำขลับของเจียเหยา มีเส้นผมสีขาวอยู่หลายเส้น สะดุดตาเป็นพิเศษ
ถึงขั้น...บาดตา!
ทันใดนั้นอวิ๋นเจิงพลันนิ่งงันราวกับถูกฟ้าผ่า จ้องมองเส้นผมสีขาวบนศีรษะเจียเหยาอยู่นาน ไม่อาจเรียกสติกลับคืนมาได้
อีกประมาณหนึ่งเดือนนางก็จะอายุครบ 20 ปีอย่างเป็นทางการแล้วกระมัง?
บนศีรษะนางกลับมีผมหงอกแล้วหรือ?
เขารู้ว่าเจียเหยาต้องแบกรับแรงกดดันมากมายเหลือเกิน แต่เมื่อเห็นเส้นผมสีขาวบนศีรษะนาง เขาก็อดประหลาดใจไม่ได้
