รุ่งเช้าวันถัดมา อวิ๋นเจิงก็นำคนมุ่งหน้าไปตรวจตราค่ายกองทัพซั่วฟาง
ทุกอย่างภายในค่ายทหารเป็นปกติ เหล่าทหารตื่นขึ้นฝึกซ้อมตามเวลาที่กำหนด
อวิ๋นเจิงจงใจไปดูสนามฝึก
แทบไม่เห็นหญ้าแห้งแม้แต่สักต้นในสนาม
แม้เรื่องนี้จะมิอาจยืนยันได้ว่าแม่ทัพผู้รักษาซั่วฟางปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง แต่ก็พอแสดงให้เห็นว่าทหารเหล่านี้ฝึกซ้อมกันค่อนข้างขยัน มิใช่เพิ่งมาฝึกเอาหน้าเขา
เมื่อตรวจตราค่ายทหารเสร็จ อวิ๋นเจิงก็เดินทางไปยังที่ว่าการซั่วฟาง
เมื่อทราบว่าอวิ๋นเจิงมาถึงแล้ว เหยาเซียงสวิน ผู้ว่าการซั่วฟาง ก็นำคนไปรออยู่นอกที่ว่าการแต่เนิ่นๆ
ครั้นอวิ๋นเจิงมาถึง เหยาเซียงสวินก็รีบนำคนออกมาต้อนรับ
“พอเถิด เข้าไปค่อยว่ากัน!”
อวิ๋นเจิงโบกมือ พลิกกายลงจากม้าอย่างคล่องแคล่ว ก่อนก้าวเข้าไปในที่ว่าการด้วยท่วงท่าสง่างาม
เมื่อเข้าไปในที่ว่าการแล้ว อวิ๋นเจิงก็สั่งให้เหยาเซียงสวินนำสมุดบัญชีของซั่วฟางมา
เหยาเซียงสวินเตรียมการไว้แล้ว จึงสั่งให้คนไปนำสมุดบัญชีทั้งหมดมาในทันที
“เอาสมุดบัญชีคลังหลวงออกมา!”
อวิ๋นเจิงกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
เมื่อเหยาเซียงสวินนำสมุดบัญชีคลังหลวงออกมา อวิ๋นเจิงก็เลื่อนสมุดบัญชีเล่มอื่นให้เจียเหยา “ข้าจะตรวจบัญชีในมือก่อน ส่วนเล่มอื่น เจ้าช่วยตรวจแทนข้า”
“อืม”
เจียเหยาพยักหน้าเบาๆ แล้วเหลือบมองอวิ๋นเจิงอย่างขุ่นเคืองเล็กน้อย
เจ้าคนสารเลวนี่ รู้จักโยนงานให้คนอื่นเสียจริง!
หากมีเพียงพวกเขาสองคน นางคงไม่วายตำหนิอวิ๋นเจิงสักสองสามคำ
แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าขุนนางซั่วฟาง เจียเหยาก็ยังวางตัวให้เหมาะสม
