หยางซวี่เป็นคนกระดูกอ่อน
ยังไม่ทันที่อวิ๋นเจิงจะสั่งให้คนลงทัณฑ์ หยางซวี่ก็สารภาพทุกเรื่องออกมาจนหมดเปลือก
นอกจากเขาแล้ว เสมียนบัญชีของโรงเตาเผาก็ร่วมยักยอกเงินด้วย
ข้ออ้างที่พวกเขาใช้กับคนจากสามเผ่าเป่ยหวน เจินเหอ และเหมิงหู คือคนเหล่านี้ล้วนเป็นผู้กระทำความผิด การให้ทำงานในโรงเตาเผาถือเป็นโอกาสให้ไถ่โทษด้วยความดี ต้องทำงานครบหนึ่งปีจึงจะได้รับค่าแรง
เดิมทีคนจากทั้งสามเผ่าก็ไม่คาดหวังว่าจะได้ใช้ชีวิตสุขสบายในโรงเตาเผา ขอเพียงมีข้าวกิน ไม่อดตายก็พอแล้ว จึงไม่เคยสงสัยเรื่องค่าแรง
หยางซวี่ยังเปิดโปงจางซวีอย่างไม่ลังเล เล่าเรื่องที่อีกฝ่ายใช้เงินห้าหมื่นตำลึงซื้อตำแหน่งขุนนางออกมาจนหมด
ขณะที่หยางซวี่ร่ำไห้คร่ำครวญ เมี่ยวอินกลับลอบส่ายหน้า
เจ้าคนโง่ผู้นี้!
สภาพเช่นนี้ยังคิดจะเป็นขุนนางอีกหรือ?
เปิดโปงจางซวีต่อหน้าคนมากมายเช่นนี้ ยังคิดว่าจะมีใครคุ้มครองตนอีกหรือไร?
แต่ยามนี้จางซวีไม่ได้อยู่ที่ซั่วเป่ย พวกเขาจึงพึ่งพาจางซวีไม่ได้เช่นกัน
จะพูดหรือไม่พูดก็ดูจะไม่สำคัญแล้ว
สีหน้าอวิ๋นเจิงเย็นชาเข้มขึ้น เขาตวาดถามเสียงกร้าวว่า “เงินที่เจ้ายักยอกไปอยู่ที่ใด?”
หยางซวี่ร้องคร่ำครวญว่า “อยู่ที่พักของข้าน้อย...”
อวิ๋นเจิงสั่งถงกังด้วยสีหน้าบึ้งตึงว่า “พาเขาไปเอาเงินพวกนั้นมา แล้วพาตัวเสมียนบัญชีมาด้วย!”
ถงกังไม่กล้าชักช้า รีบเรียกคนสองสามคนให้เข้ามาคุมตัวหยางซวี่ ก่อนพากันจากไปอย่างรวดเร็ว
หลังหยางซวี่ถูกพาตัวไป คนงานเตาเผาคนอื่น ๆ ก็ทยอยมาถึง
