ไม่นาน อู้เลี่ยก็เอ่ยแผนการของตนออกมา
ละทิ้งกองทหารม้า!
สองฝั่งแม่น้ำไป๋สุ่ยมีภูมิประเทศสูงชันอยู่ทั่วทุกแห่ง หากทหารม้าจะบุกทะลวง ย่อมต้องเลือกเส้นทางที่ราบเรียบกว่าเล็กน้อยเท่านั้น
แต่ทหารราบไม่เหมือนกัน!
ทหารราบปีนหน้าผาสูงชันเหล่านั้นขึ้นไปได้!
ไม่จำเป็นต้องใช้ทหารราบมากมาย เพียงหนึ่งหมื่นนาย แบ่งออกเป็นสองกองก็พอ
กองละห้าพันนาย ปีนหน้าผาสองฟากหุบเขาขึ้นไป ยึดชัยภูมิสำคัญทั้งสองฝั่งหุบเขาเลี่ยเฟิงให้ได้โดยเร็ว จากนั้นปิดกั้นหุบเขาเลี่ยเฟิงทั้งสายไว้ ทหารม้าที่ตามมาภายหลังก็จะผ่านหุบเขาเลี่ยเฟิงไปได้อย่างปลอดภัย บุกเข้าสู่ดินแดนต้าเฉียนโดยตรง แล้วชิงเมืองซั่วฟางมา!
อู้เลี่ยกล่าวถึงแผนการของตนอย่างภาคภูมิใจ
ในสายตาเขา แผนการนี้เรียกได้ว่าแยบยลไร้ที่ติ
หากสำเร็จ พวกเขาย่อมตีแตกกองทัพเป่ยฝู่ได้ในคราเดียว!
กระทั่งยึดครองซั่วเป่ยทั้งหมด บีบให้กองทัพเป่ยฝู่ต้องหดหัวอยู่ในด่านเป่ยลู่!
เมื่อถึงต้นฤดูใบไม้ผลิปีหน้า พวกเขาก็จะยึดเมืองตั้งรับได้แล้ว!
ถึงตอนนั้น ต้าเฉียนย่อมไม่กล้าบุกโจมตี!
หากพวกเขาใช้แผนพิสดารชิงด่านเป่ยลู่มาได้อีก ต้าเฉียนทั้งแผ่นดินก็จะตกอยู่ในกำมือพวกเขา!
ต่อให้ยึดครองต้าเฉียนไม่ได้ ขอเพียงยึดด่านเป่ยลู่ไว้ ต้าเฉียนก็มีแต่ต้องปล่อยให้เป่ยหวนบงการ!
ยิ่งคิด อู้เลี่ยก็ยิ่งฮึกเหิม ราวกับเห็นภาพกองทัพเป่ยหวนชี้คมอาวุธมุ่งตรงสู่ราชธานีต้าเฉียนอยู่เบื้องหน้า!
เมื่อเห็นอู้เลี่ยตื่นเต้นถึงเพียงนั้น ดวงตาปันปู้ก็พลันสว่างวาบ
ก่อนหน้านี้เขาเอาแต่คิดจะใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของทหารม้าเป่ยหวน จนมองข้ามเรื่องสำคัญไปข้อหนึ่ง
